📉เงินตราแบบ Fiat กับพลวัตของการด้อยค่าเชิงโครงสร้าง
การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์มหภาค ประวัติศาสตร์การเงิน และทฤษฎีการเมืองเศรษฐกิจ
“Fiat money eventually leads to the debasement of money.”
— Ray Dalio
⸻
1. ความหมายของ Fiat Money ในเชิงทฤษฎีเศรษฐศาสตร์
Fiat money คือเงินที่ ไม่มีสินทรัพย์จริงหนุนหลัง (non-commodity money) และมีมูลค่าเพราะรัฐประกาศให้เป็น “เงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย” (legal tender) มิใช่เพราะคุณสมบัติภายในของตัวเงินเอง (Mankiw, 2021)
ในเชิงทฤษฎี
• มูลค่าของเงิน Fiat ขึ้นอยู่กับ
1. ความเชื่อมั่นต่อรัฐและสถาบันการเงิน
2. วินัยทางการคลังและการเงิน
3. เสถียรภาพทางการเมือง
เมื่อปัจจัยเหล่านี้เสื่อมถอย เงินย่อมเข้าสู่กระบวนการ debasement โดยไม่จำเป็นต้องมีเจตนาร้ายของผู้กำหนดนโยบาย (Sargent & Wallace, 1981)
⸻
2. Debasement of Money: ไม่ใช่เหตุการณ์ แต่คือ “กระบวนการ”
Ray Dalio ใช้คำว่า eventually อย่างมีนัยสำคัญ เพราะการด้อยค่าไม่ได้เกิดแบบฉับพลัน แต่เป็น กระบวนการสะสมเชิงโครงสร้าง (Dalio, 2021)
กลไกหลักของการด้อยค่า
1. การขยายปริมาณเงิน (Monetary Expansion)
• การพิมพ์เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหรืออุดช่องว่างหนี้สาธารณะ
• สอดคล้องกับสมการปริมาณเงิน MV = PY (Friedman, 1968)
2. Fiscal Dominance
• เมื่อรัฐบาลขาดดุลเรื้อรัง ธนาคารกลางถูกกดดันให้รองรับหนี้
• นำไปสู่การสูญเสียความเป็นอิสระของนโยบายการเงิน (Leeper, 1991)
3. Negative Real Interest Rates
• ดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินเฟ้อ ทำให้การออมด้วยเงินสดถูกลงโทษโดยระบบ
• เป็น “ภาษีเงียบ” ต่อผู้ถือเงิน (McKinnon, 1973)
⸻
3. วัฏจักรหนี้ยาว (Long-Term Debt Cycle) ของ Dalio
Dalio เสนอว่าเงิน Fiat ทุกระบบต้องเดินผ่านวัฏจักรเดียวกัน (Dalio, 2018):
1. การเติบโตด้วยเครดิต
2. หนี้สะสมเร็วกว่ารายได้
3. อัตราดอกเบี้ยไม่สามารถขึ้นได้โดยไม่ทำลายระบบ
4. ธนาคารกลางต้อง “พิมพ์เงิน”
5. ค่าเงินเสื่อม → ความเหลื่อมล้ำเพิ่ม
6. ความขัดแย้งทางสังคมและการเมือง
7. การรีเซ็ตระบบการเงิน
ประวัติศาสตร์ยืนยันรูปแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
• โรมันยุคปลาย (ลดปริมาณเงินโลหะมีค่าในเหรียญ)
• ฝรั่งเศสก่อนปฏิวัติ
• เยอรมนีไวมาร์
• สหรัฐหลังยกเลิก Gold Standard ปี 1971
(Eichengreen, 2019)
⸻
4. ทำไม Fiat Money “หลีกเลี่ยง” Debasement ได้ยาก
ในเชิงโครงสร้าง Fiat money มี แรงจูงใจภายในให้เสื่อมค่า:
• นักการเมืองมีแรงจูงใจใช้จ่ายระยะสั้น
• ต้นทุนของเงินเฟ้อกระจายไปทั้งสังคม
• ผู้ได้ประโยชน์คือผู้ใกล้แหล่งเงินใหม่ (Cantillon Effect)
Milton Friedman เรียกสิ่งนี้ว่า
“Inflation is always and everywhere a monetary phenomenon”
(Friedman, 1970)
แต่ Dalio เสริมว่า
มันคือ political phenomenon ด้วย
⸻
5. Debasement ≠ Hyperinflation เสมอไป
สิ่งสำคัญทางวิชาการคือ
Debasement ไม่จำเป็นต้องแปลว่าเงินเฟ้อรุนแรงทันที
รูปแบบที่พบมากในประเทศพัฒนาแล้ว:
• เงินเฟ้อต่ำแต่ยาว
• ราคาสินทรัพย์พุ่ง (asset inflation)
• ค่าแรงจริงไม่โต
• หนี้เพิ่มต่อเนื่อง
นี่คือ “slow confiscation of purchasing power”
(Roubini & Rosa, 2003)
⸻
6. ความหมายเชิงระบบโลก (Changing World Order)
Dalio เชื่อมโยงการด้อยค่าเงินกับ
• การเสื่อมอำนาจของจักรวรรดิ
• การเปลี่ยนสกุลเงินสำรองโลก
ในประวัติศาสตร์
• กิลเดอร์ดัตช์ → ปอนด์อังกฤษ → ดอลลาร์สหรัฐ
ทุกสกุลเงินสำรอง จบด้วยการพิมพ์เงินเกินวินัย (Kindleberger, 1986)
⸻
7. บทสรุปเชิงวิชาการ
คำกล่าวของ Ray Dalio ไม่ใช่คำทำนาย แต่คือ
ข้อสรุปเชิงประจักษ์จากข้อมูลประวัติศาสตร์และทฤษฎีการเงิน
Fiat money ไม่ได้ล้มเหลวเพราะคนไม่ดี
แต่ล้มเหลวเพราะ แรงจูงใจของระบบ
Debasement จึงไม่ใช่อุบัติเหตุ
แต่เป็น คุณสมบัติเกิดร่วม (emergent property) ของระบบเงิน Fiat เมื่อเวลาผ่านไป
⸻
เอกสารอ้างอิง (References)
• Dalio, R. (2018). Principles for Navigating Big Debt Crises
• Dalio, R. (2021). The Changing World Order
• Friedman, M. (1968). The Role of Monetary Policy
• Friedman, M. (1970). Inflation: Causes and Consequences
• Sargent, T., & Wallace, N. (1981). Some Unpleasant Monetarist Arithmetic
• Leeper, E. (1991). Equilibria under active and passive monetary policies
• Eichengreen, B. (2019). Globalizing Capital
• Kindleberger, C. (1986). The World in Depression
• Mankiw, N. G. (2021). Macroeconomics
• Roubini, N., & Rosa, C. (2003). Political Determinants of Inflation
⸻
8. Debasement กับความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง (Structural Inequality)
หนึ่งในผลลัพธ์ที่งานวิชาการยืนยันสม่ำเสมอคือ
การด้อยค่าเงิน Fiat เพิ่มความเหลื่อมล้ำทางความมั่งคั่ง แม้เงินเฟ้อทั่วไปจะดู “ไม่สูง”
8.1 Cantillon Effect และการกระจายเงินไม่สมมาตร
เงินใหม่ ไม่เข้าสู่ระบบพร้อมกัน
ผู้ที่อยู่ใกล้แหล่งเงิน (รัฐบาล ธนาคาร พันธบัตร ตลาดทุน) ได้ใช้เงินก่อนราคาปรับ
ขณะที่แรงงานและผู้มีรายได้คงที่รับผลกระทบทีหลัง (Cantillon, 1755; modern analysis: Murphy, 2010)
ผลเชิงประจักษ์:
• ราคาสินทรัพย์ (หุ้น อสังหาฯ) ปรับขึ้นเร็วกว่าค่าแรง
• Wealth-to-income ratio เพิ่มต่อเนื่อง (Piketty, 2014)
นี่ทำให้ Debasement ทำงานเหมือน
“ภาษีที่ไม่ต้องผ่านสภา”
(Rogoff, 2016)
⸻
9. Financial Repression: Debasement แบบนุ่ม (Soft Debasement)
ประเทศพัฒนาแล้วมักไม่เลือก Hyperinflation
แต่ใช้ Financial Repression แทน (Reinhart & Sbrancia, 2011)
เครื่องมือหลัก:
1. ดอกเบี้ยต่ำกว่าความเป็นจริง
2. บังคับสถาบันการเงินถือพันธบัตรรัฐ
3. ควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้ายทางอ้อม
4. ใช้เงินเฟ้อ “กัดกิน” หนี้สาธารณะ
ผลลัพธ์:
• หนี้รัฐลดในเชิงจริง
• ผู้ถือเงินสดและพันธบัตรระยะยาวขาดทุนจริง
• ระบบ “ดูนิ่ง” แต่ฐานอำนาจการออมถูกกัดกร่อน
⸻
10. Fiat Money กับกับดักนโยบาย (Policy Trap)
เมื่อระบบเข้าสู่ Debasement ระยะปลาย
ผู้กำหนดนโยบายเผชิญ กับดักสามทางเลือก (Policy Trilemma)
1. ขึ้นดอกเบี้ย → ระบบหนี้พัง
2. คุมเงิน → เศรษฐกิจถดถอยและการเมืองไม่ยอมรับ
3. พิมพ์เงินต่อ → ค่าเงินเสื่อม
งานของ Sargent (2013) ชี้ว่า
ระบบมักเลือกข้อ 3 เพราะ “ต้นทุนทางการเมืองต่ำที่สุดในระยะสั้น”
นี่คือเหตุผลที่ Dalio ใช้คำว่า eventually ไม่ใช่ sometimes
⸻
11. การสึกกร่อนของ “ความศรัทธา” (Loss of Monetary Credibility)
เงิน Fiat ไม่ได้พังเพราะตัวเลข
แต่พังเพราะ การคาดหวังของผู้คนเปลี่ยน
เมื่อประชาชน:
• ไม่เชื่อว่าค่าเงินจะรักษากำลังซื้อได้
• เร่งเปลี่ยนเงินเป็นสินทรัพย์อื่น
• ลดความต้องการถือเงิน (money demand collapse)
ระบบจะเข้าสู่ phase shift อย่างไม่เชิงเส้น
(Minsky, 1986; Shiller, 2017)
⸻
12. ทางเลือกหลัง Fiat: ระบบลูกผสม (Hybrid Monetary Regimes)
Dalio ไม่ได้เสนอว่า Fiat จะ “หายไป”
แต่เสนอว่าโลกกำลังเข้าสู่ ระบบหลายเสาหลัก (multi-anchor system)
12.1 ทองคำ (Gold)
• ป้องกัน debasement ระยะยาว
• ไม่พึ่งรัฐใดรัฐหนึ่ง
• ข้อจำกัด: เคลื่อนย้ายช้า / ไม่ native-digital
(Barro, 1979)
12.2 สินทรัพย์ดิจิทัลแบบจำกัดอุปทาน (เช่น Bitcoin)
• อุปทานคาดการณ์ได้
• ไม่ขึ้นกับนโยบายการเมือง
• ผันผวนสูง แต่มีคุณสมบัติ store of value ระยะยาว
(Böhme et al., 2015)
12.3 CBDC
• เพิ่มประสิทธิภาพรัฐ
• แต่ เพิ่มอำนาจการเงินแบบรวมศูนย์
• ไม่แก้ปัญหา debasement เชิงโครงสร้าง
(BIS, 2021)
⸻
13. Debasement ในฐานะ “กฎฟิสิกส์ของระบบการเงิน”
หากมองเชิงระบบ (systems theory):
• Fiat money = ระบบเปิด (open system)
• การเมือง = แหล่งพลังงานที่ไม่เสถียร
• หนี้ = เอนโทรปีสะสม
• การพิมพ์เงิน = การเลื่อนปัญหาในเวลา
Debasement จึงไม่ใช่ moral failure
แต่เป็น thermodynamic outcome ของระบบที่ฝืนดุลยภาพ
⸻
14. บทสรุประดับเมตา
ประโยคของ Ray Dalio ควรถูกอ่านว่า:
“Fiat money ทำงานได้ดี
จนกว่ามันจะทำงานดีเกินไป
และทำให้มนุษย์ใช้มันเกินขอบเขตวินัย”
Debasement ไม่ได้ถามว่า จะเกิดหรือไม่
แต่ถามว่า
• จะช้าแค่ไหน
• ใครแบกรับต้นทุน
• และระบบถัดไปจะหน้าตาอย่างไร
⸻
เอกสารอ้างอิงเพิ่มเติม
• Reinhart, C., & Sbrancia, B. (2011). The Liquidation of Government Debt
• Piketty, T. (2014). Capital in the Twenty-First Century
• Rogoff, K. (2016). The Curse of Cash
• Minsky, H. (1986). Stabilizing an Unstable Economy
• BIS (2021). Central Bank Digital Currencies
• Böhme, R. et al. (2015). Bitcoin: Economics, Technology, and Governance
• Shiller, R. (2017). Narrative Economics
#Siamstr #nostr #BTC #bitcoinThread
📉เงินตราแบบ Fiat กับพลวัตของการด้อยค่าเชิงโครงสร้าง
การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์มหภาค ประวัติศาสตร์การเงิน และทฤษฎีการเมืองเศรษฐกิจ
“Fiat money eventually leads to the debasement of money.”
— Ray Dalio
⸻
1. ความหมายของ Fiat Money ในเชิงทฤษฎีเศรษฐศาสตร์
Fiat money คือเงินที่ ไม่มีสินทรัพย์จริงหนุนหลัง (non-commodity money) และมีมูลค่าเพราะรัฐประกาศให้เป็น “เงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย” (legal tender) มิใช่เพราะคุณสมบัติภายในของตัวเงินเอง (Mankiw, 2021)
ในเชิงทฤษฎี
• มูลค่าของเงิน Fiat ขึ้นอยู่กับ
1. ความเชื่อมั่นต่อรัฐและสถาบันการเงิน
2. วินัยทางการคลังและการเงิน
3. เสถียรภาพทางการเมือง
เมื่อปัจจัยเหล่านี้เสื่อมถอย เงินย่อมเข้าสู่กระบวนการ debasement โดยไม่จำเป็นต้องมีเจตนาร้ายของผู้กำหนดนโยบาย (Sargent & Wallace, 1981)
⸻
2. Debasement of Money: ไม่ใช่เหตุการณ์ แต่คือ “กระบวนการ”
Ray Dalio ใช้คำว่า eventually อย่างมีนัยสำคัญ เพราะการด้อยค่าไม่ได้เกิดแบบฉับพลัน แต่เป็น กระบวนการสะสมเชิงโครงสร้าง (Dalio, 2021)
กลไกหลักของการด้อยค่า
1. การขยายปริมาณเงิน (Monetary Expansion)
• การพิมพ์เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหรืออุดช่องว่างหนี้สาธารณะ
• สอดคล้องกับสมการปริมาณเงิน MV = PY (Friedman, 1968)
2. Fiscal Dominance
• เมื่อรัฐบาลขาดดุลเรื้อรัง ธนาคารกลางถูกกดดันให้รองรับหนี้
• นำไปสู่การสูญเสียความเป็นอิสระของนโยบายการเงิน (Leeper, 1991)
3. Negative Real Interest Rates
• ดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินเฟ้อ ทำให้การออมด้วยเงินสดถูกลงโทษโดยระบบ
• เป็น “ภาษีเงียบ” ต่อผู้ถือเงิน (McKinnon, 1973)
⸻
3. วัฏจักรหนี้ยาว (Long-Term Debt Cycle) ของ Dalio
Dalio เสนอว่าเงิน Fiat ทุกระบบต้องเดินผ่านวัฏจักรเดียวกัน (Dalio, 2018):
1. การเติบโตด้วยเครดิต
2. หนี้สะสมเร็วกว่ารายได้
3. อัตราดอกเบี้ยไม่สามารถขึ้นได้โดยไม่ทำลายระบบ
4. ธนาคารกลางต้อง “พิมพ์เงิน”
5. ค่าเงินเสื่อม → ความเหลื่อมล้ำเพิ่ม
6. ความขัดแย้งทางสังคมและการเมือง
7. การรีเซ็ตระบบการเงิน
ประวัติศาสตร์ยืนยันรูปแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
• โรมันยุคปลาย (ลดปริมาณเงินโลหะมีค่าในเหรียญ)
• ฝรั่งเศสก่อนปฏิวัติ
• เยอรมนีไวมาร์
• สหรัฐหลังยกเลิก Gold Standard ปี 1971
(Eichengreen, 2019)
⸻
4. ทำไม Fiat Money “หลีกเลี่ยง” Debasement ได้ยาก
ในเชิงโครงสร้าง Fiat money มี แรงจูงใจภายในให้เสื่อมค่า:
• นักการเมืองมีแรงจูงใจใช้จ่ายระยะสั้น
• ต้นทุนของเงินเฟ้อกระจายไปทั้งสังคม
• ผู้ได้ประโยชน์คือผู้ใกล้แหล่งเงินใหม่ (Cantillon Effect)
Milton Friedman เรียกสิ่งนี้ว่า
“Inflation is always and everywhere a monetary phenomenon”
(Friedman, 1970)
แต่ Dalio เสริมว่า
มันคือ political phenomenon ด้วย
⸻
5. Debasement ≠ Hyperinflation เสมอไป
สิ่งสำคัญทางวิชาการคือ
Debasement ไม่จำเป็นต้องแปลว่าเงินเฟ้อรุนแรงทันที
รูปแบบที่พบมากในประเทศพัฒนาแล้ว:
• เงินเฟ้อต่ำแต่ยาว
• ราคาสินทรัพย์พุ่ง (asset inflation)
• ค่าแรงจริงไม่โต
• หนี้เพิ่มต่อเนื่อง
นี่คือ “slow confiscation of purchasing power”
(Roubini & Rosa, 2003)
⸻
6. ความหมายเชิงระบบโลก (Changing World Order)
Dalio เชื่อมโยงการด้อยค่าเงินกับ
• การเสื่อมอำนาจของจักรวรรดิ
• การเปลี่ยนสกุลเงินสำรองโลก
ในประวัติศาสตร์
• กิลเดอร์ดัตช์ → ปอนด์อังกฤษ → ดอลลาร์สหรัฐ
ทุกสกุลเงินสำรอง จบด้วยการพิมพ์เงินเกินวินัย (Kindleberger, 1986)
⸻
7. บทสรุปเชิงวิชาการ
คำกล่าวของ Ray Dalio ไม่ใช่คำทำนาย แต่คือ
ข้อสรุปเชิงประจักษ์จากข้อมูลประวัติศาสตร์และทฤษฎีการเงิน
Fiat money ไม่ได้ล้มเหลวเพราะคนไม่ดี
แต่ล้มเหลวเพราะ แรงจูงใจของระบบ
Debasement จึงไม่ใช่อุบัติเหตุ
แต่เป็น คุณสมบัติเกิดร่วม (emergent property) ของระบบเงิน Fiat เมื่อเวลาผ่านไป
⸻
เอกสารอ้างอิง (References)
• Dalio, R. (2018). Principles for Navigating Big Debt Crises
• Dalio, R. (2021). The Changing World Order
• Friedman, M. (1968). The Role of Monetary Policy
• Friedman, M. (1970). Inflation: Causes and Consequences
• Sargent, T., & Wallace, N. (1981). Some Unpleasant Monetarist Arithmetic
• Leeper, E. (1991). Equilibria under active and passive monetary policies
• Eichengreen, B. (2019). Globalizing Capital
• Kindleberger, C. (1986). The World in Depression
• Mankiw, N. G. (2021). Macroeconomics
• Roubini, N., & Rosa, C. (2003). Political Determinants of Inflation
⸻
8. Debasement กับความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง (Structural Inequality)
หนึ่งในผลลัพธ์ที่งานวิชาการยืนยันสม่ำเสมอคือ
การด้อยค่าเงิน Fiat เพิ่มความเหลื่อมล้ำทางความมั่งคั่ง แม้เงินเฟ้อทั่วไปจะดู “ไม่สูง”
8.1 Cantillon Effect และการกระจายเงินไม่สมมาตร
เงินใหม่ ไม่เข้าสู่ระบบพร้อมกัน
ผู้ที่อยู่ใกล้แหล่งเงิน (รัฐบาล ธนาคาร พันธบัตร ตลาดทุน) ได้ใช้เงินก่อนราคาปรับ
ขณะที่แรงงานและผู้มีรายได้คงที่รับผลกระทบทีหลัง (Cantillon, 1755; modern analysis: Murphy, 2010)
ผลเชิงประจักษ์:
• ราคาสินทรัพย์ (หุ้น อสังหาฯ) ปรับขึ้นเร็วกว่าค่าแรง
• Wealth-to-income ratio เพิ่มต่อเนื่อง (Piketty, 2014)
นี่ทำให้ Debasement ทำงานเหมือน
“ภาษีที่ไม่ต้องผ่านสภา”
(Rogoff, 2016)
⸻
9. Financial Repression: Debasement แบบนุ่ม (Soft Debasement)
ประเทศพัฒนาแล้วมักไม่เลือก Hyperinflation
แต่ใช้ Financial Repression แทน (Reinhart & Sbrancia, 2011)
เครื่องมือหลัก:
1. ดอกเบี้ยต่ำกว่าความเป็นจริง
2. บังคับสถาบันการเงินถือพันธบัตรรัฐ
3. ควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้ายทางอ้อม
4. ใช้เงินเฟ้อ “กัดกิน” หนี้สาธารณะ
ผลลัพธ์:
• หนี้รัฐลดในเชิงจริง
• ผู้ถือเงินสดและพันธบัตรระยะยาวขาดทุนจริง
• ระบบ “ดูนิ่ง” แต่ฐานอำนาจการออมถูกกัดกร่อน
⸻
10. Fiat Money กับกับดักนโยบาย (Policy Trap)
เมื่อระบบเข้าสู่ Debasement ระยะปลาย
ผู้กำหนดนโยบายเผชิญ กับดักสามทางเลือก (Policy Trilemma)
1. ขึ้นดอกเบี้ย → ระบบหนี้พัง
2. คุมเงิน → เศรษฐกิจถดถอยและการเมืองไม่ยอมรับ
3. พิมพ์เงินต่อ → ค่าเงินเสื่อม
งานของ Sargent (2013) ชี้ว่า
ระบบมักเลือกข้อ 3 เพราะ “ต้นทุนทางการเมืองต่ำที่สุดในระยะสั้น”
นี่คือเหตุผลที่ Dalio ใช้คำว่า eventually ไม่ใช่ sometimes
⸻
11. การสึกกร่อนของ “ความศรัทธา” (Loss of Monetary Credibility)
เงิน Fiat ไม่ได้พังเพราะตัวเลข
แต่พังเพราะ การคาดหวังของผู้คนเปลี่ยน
เมื่อประชาชน:
• ไม่เชื่อว่าค่าเงินจะรักษากำลังซื้อได้
• เร่งเปลี่ยนเงินเป็นสินทรัพย์อื่น
• ลดความต้องการถือเงิน (money demand collapse)
ระบบจะเข้าสู่ phase shift อย่างไม่เชิงเส้น
(Minsky, 1986; Shiller, 2017)
⸻
12. ทางเลือกหลัง Fiat: ระบบลูกผสม (Hybrid Monetary Regimes)
Dalio ไม่ได้เสนอว่า Fiat จะ “หายไป”
แต่เสนอว่าโลกกำลังเข้าสู่ ระบบหลายเสาหลัก (multi-anchor system)
12.1 ทองคำ (Gold)
• ป้องกัน debasement ระยะยาว
• ไม่พึ่งรัฐใดรัฐหนึ่ง
• ข้อจำกัด: เคลื่อนย้ายช้า / ไม่ native-digital
(Barro, 1979)
12.2 สินทรัพย์ดิจิทัลแบบจำกัดอุปทาน (เช่น Bitcoin)
• อุปทานคาดการณ์ได้
• ไม่ขึ้นกับนโยบายการเมือง
• ผันผวนสูง แต่มีคุณสมบัติ store of value ระยะยาว
(Böhme et al., 2015)
12.3 CBDC
• เพิ่มประสิทธิภาพรัฐ
• แต่ เพิ่มอำนาจการเงินแบบรวมศูนย์
• ไม่แก้ปัญหา debasement เชิงโครงสร้าง
(BIS, 2021)
⸻
13. Debasement ในฐานะ “กฎฟิสิกส์ของระบบการเงิน”
หากมองเชิงระบบ (systems theory):
• Fiat money = ระบบเปิด (open system)
• การเมือง = แหล่งพลังงานที่ไม่เสถียร
• หนี้ = เอนโทรปีสะสม
• การพิมพ์เงิน = การเลื่อนปัญหาในเวลา
Debasement จึงไม่ใช่ moral failure
แต่เป็น thermodynamic outcome ของระบบที่ฝืนดุลยภาพ
⸻
14. บทสรุประดับเมตา
ประโยคของ Ray Dalio ควรถูกอ่านว่า:
“Fiat money ทำงานได้ดี
จนกว่ามันจะทำงานดีเกินไป
และทำให้มนุษย์ใช้มันเกินขอบเขตวินัย”
Debasement ไม่ได้ถามว่า จะเกิดหรือไม่
แต่ถามว่า
• จะช้าแค่ไหน
• ใครแบกรับต้นทุน
• และระบบถัดไปจะหน้าตาอย่างไร
⸻
เอกสารอ้างอิงเพิ่มเติม
• Reinhart, C., & Sbrancia, B. (2011). The Liquidation of Government Debt
• Piketty, T. (2014). Capital in the Twenty-First Century
• Rogoff, K. (2016). The Curse of Cash
• Minsky, H. (1986). Stabilizing an Unstable Economy
• BIS (2021). Central Bank Digital Currencies
• Böhme, R. et al. (2015). Bitcoin: Economics, Technology, and Governance
• Shiller, R. (2017). Narrative Economics
#Siamstr #nostr #BTC #bitcoin
Login to reply
Replies ()
No replies yet. Be the first to leave a comment!