Thread

image 📉เงินตราแบบ Fiat กับพลวัตของการด้อยค่าเชิงโครงสร้าง การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์มหภาค ประวัติศาสตร์การเงิน และทฤษฎีการเมืองเศรษฐกิจ “Fiat money eventually leads to the debasement of money.” — Ray Dalio ⸻ 1. ความหมายของ Fiat Money ในเชิงทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ Fiat money คือเงินที่ ไม่มีสินทรัพย์จริงหนุนหลัง (non-commodity money) และมีมูลค่าเพราะรัฐประกาศให้เป็น “เงินที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย” (legal tender) มิใช่เพราะคุณสมบัติภายในของตัวเงินเอง (Mankiw, 2021) ในเชิงทฤษฎี • มูลค่าของเงิน Fiat ขึ้นอยู่กับ 1. ความเชื่อมั่นต่อรัฐและสถาบันการเงิน 2. วินัยทางการคลังและการเงิน 3. เสถียรภาพทางการเมือง เมื่อปัจจัยเหล่านี้เสื่อมถอย เงินย่อมเข้าสู่กระบวนการ debasement โดยไม่จำเป็นต้องมีเจตนาร้ายของผู้กำหนดนโยบาย (Sargent & Wallace, 1981) ⸻ 2. Debasement of Money: ไม่ใช่เหตุการณ์ แต่คือ “กระบวนการ” Ray Dalio ใช้คำว่า eventually อย่างมีนัยสำคัญ เพราะการด้อยค่าไม่ได้เกิดแบบฉับพลัน แต่เป็น กระบวนการสะสมเชิงโครงสร้าง (Dalio, 2021) กลไกหลักของการด้อยค่า 1. การขยายปริมาณเงิน (Monetary Expansion) • การพิมพ์เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหรืออุดช่องว่างหนี้สาธารณะ • สอดคล้องกับสมการปริมาณเงิน MV = PY (Friedman, 1968) 2. Fiscal Dominance • เมื่อรัฐบาลขาดดุลเรื้อรัง ธนาคารกลางถูกกดดันให้รองรับหนี้ • นำไปสู่การสูญเสียความเป็นอิสระของนโยบายการเงิน (Leeper, 1991) 3. Negative Real Interest Rates • ดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินเฟ้อ ทำให้การออมด้วยเงินสดถูกลงโทษโดยระบบ • เป็น “ภาษีเงียบ” ต่อผู้ถือเงิน (McKinnon, 1973) ⸻ 3. วัฏจักรหนี้ยาว (Long-Term Debt Cycle) ของ Dalio Dalio เสนอว่าเงิน Fiat ทุกระบบต้องเดินผ่านวัฏจักรเดียวกัน (Dalio, 2018): 1. การเติบโตด้วยเครดิต 2. หนี้สะสมเร็วกว่ารายได้ 3. อัตราดอกเบี้ยไม่สามารถขึ้นได้โดยไม่ทำลายระบบ 4. ธนาคารกลางต้อง “พิมพ์เงิน” 5. ค่าเงินเสื่อม → ความเหลื่อมล้ำเพิ่ม 6. ความขัดแย้งทางสังคมและการเมือง 7. การรีเซ็ตระบบการเงิน ประวัติศาสตร์ยืนยันรูปแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า • โรมันยุคปลาย (ลดปริมาณเงินโลหะมีค่าในเหรียญ) • ฝรั่งเศสก่อนปฏิวัติ • เยอรมนีไวมาร์ • สหรัฐหลังยกเลิก Gold Standard ปี 1971 (Eichengreen, 2019) ⸻ 4. ทำไม Fiat Money “หลีกเลี่ยง” Debasement ได้ยาก ในเชิงโครงสร้าง Fiat money มี แรงจูงใจภายในให้เสื่อมค่า: • นักการเมืองมีแรงจูงใจใช้จ่ายระยะสั้น • ต้นทุนของเงินเฟ้อกระจายไปทั้งสังคม • ผู้ได้ประโยชน์คือผู้ใกล้แหล่งเงินใหม่ (Cantillon Effect) Milton Friedman เรียกสิ่งนี้ว่า “Inflation is always and everywhere a monetary phenomenon” (Friedman, 1970) แต่ Dalio เสริมว่า มันคือ political phenomenon ด้วย ⸻ 5. Debasement ≠ Hyperinflation เสมอไป สิ่งสำคัญทางวิชาการคือ Debasement ไม่จำเป็นต้องแปลว่าเงินเฟ้อรุนแรงทันที รูปแบบที่พบมากในประเทศพัฒนาแล้ว: • เงินเฟ้อต่ำแต่ยาว • ราคาสินทรัพย์พุ่ง (asset inflation) • ค่าแรงจริงไม่โต • หนี้เพิ่มต่อเนื่อง นี่คือ “slow confiscation of purchasing power” (Roubini & Rosa, 2003) ⸻ 6. ความหมายเชิงระบบโลก (Changing World Order) Dalio เชื่อมโยงการด้อยค่าเงินกับ • การเสื่อมอำนาจของจักรวรรดิ • การเปลี่ยนสกุลเงินสำรองโลก ในประวัติศาสตร์ • กิลเดอร์ดัตช์ → ปอนด์อังกฤษ → ดอลลาร์สหรัฐ ทุกสกุลเงินสำรอง จบด้วยการพิมพ์เงินเกินวินัย (Kindleberger, 1986) ⸻ 7. บทสรุปเชิงวิชาการ คำกล่าวของ Ray Dalio ไม่ใช่คำทำนาย แต่คือ ข้อสรุปเชิงประจักษ์จากข้อมูลประวัติศาสตร์และทฤษฎีการเงิน Fiat money ไม่ได้ล้มเหลวเพราะคนไม่ดี แต่ล้มเหลวเพราะ แรงจูงใจของระบบ Debasement จึงไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็น คุณสมบัติเกิดร่วม (emergent property) ของระบบเงิน Fiat เมื่อเวลาผ่านไป ⸻ เอกสารอ้างอิง (References) • Dalio, R. (2018). Principles for Navigating Big Debt Crises • Dalio, R. (2021). The Changing World Order • Friedman, M. (1968). The Role of Monetary Policy • Friedman, M. (1970). Inflation: Causes and Consequences • Sargent, T., & Wallace, N. (1981). Some Unpleasant Monetarist Arithmetic • Leeper, E. (1991). Equilibria under active and passive monetary policies • Eichengreen, B. (2019). Globalizing Capital • Kindleberger, C. (1986). The World in Depression • Mankiw, N. G. (2021). Macroeconomics • Roubini, N., & Rosa, C. (2003). Political Determinants of Inflation ⸻ 8. Debasement กับความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง (Structural Inequality) หนึ่งในผลลัพธ์ที่งานวิชาการยืนยันสม่ำเสมอคือ การด้อยค่าเงิน Fiat เพิ่มความเหลื่อมล้ำทางความมั่งคั่ง แม้เงินเฟ้อทั่วไปจะดู “ไม่สูง” 8.1 Cantillon Effect และการกระจายเงินไม่สมมาตร เงินใหม่ ไม่เข้าสู่ระบบพร้อมกัน ผู้ที่อยู่ใกล้แหล่งเงิน (รัฐบาล ธนาคาร พันธบัตร ตลาดทุน) ได้ใช้เงินก่อนราคาปรับ ขณะที่แรงงานและผู้มีรายได้คงที่รับผลกระทบทีหลัง (Cantillon, 1755; modern analysis: Murphy, 2010) ผลเชิงประจักษ์: • ราคาสินทรัพย์ (หุ้น อสังหาฯ) ปรับขึ้นเร็วกว่าค่าแรง • Wealth-to-income ratio เพิ่มต่อเนื่อง (Piketty, 2014) นี่ทำให้ Debasement ทำงานเหมือน “ภาษีที่ไม่ต้องผ่านสภา” (Rogoff, 2016) ⸻ 9. Financial Repression: Debasement แบบนุ่ม (Soft Debasement) ประเทศพัฒนาแล้วมักไม่เลือก Hyperinflation แต่ใช้ Financial Repression แทน (Reinhart & Sbrancia, 2011) เครื่องมือหลัก: 1. ดอกเบี้ยต่ำกว่าความเป็นจริง 2. บังคับสถาบันการเงินถือพันธบัตรรัฐ 3. ควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้ายทางอ้อม 4. ใช้เงินเฟ้อ “กัดกิน” หนี้สาธารณะ ผลลัพธ์: • หนี้รัฐลดในเชิงจริง • ผู้ถือเงินสดและพันธบัตรระยะยาวขาดทุนจริง • ระบบ “ดูนิ่ง” แต่ฐานอำนาจการออมถูกกัดกร่อน ⸻ 10. Fiat Money กับกับดักนโยบาย (Policy Trap) เมื่อระบบเข้าสู่ Debasement ระยะปลาย ผู้กำหนดนโยบายเผชิญ กับดักสามทางเลือก (Policy Trilemma) 1. ขึ้นดอกเบี้ย → ระบบหนี้พัง 2. คุมเงิน → เศรษฐกิจถดถอยและการเมืองไม่ยอมรับ 3. พิมพ์เงินต่อ → ค่าเงินเสื่อม งานของ Sargent (2013) ชี้ว่า ระบบมักเลือกข้อ 3 เพราะ “ต้นทุนทางการเมืองต่ำที่สุดในระยะสั้น” นี่คือเหตุผลที่ Dalio ใช้คำว่า eventually ไม่ใช่ sometimes ⸻ 11. การสึกกร่อนของ “ความศรัทธา” (Loss of Monetary Credibility) เงิน Fiat ไม่ได้พังเพราะตัวเลข แต่พังเพราะ การคาดหวังของผู้คนเปลี่ยน เมื่อประชาชน: • ไม่เชื่อว่าค่าเงินจะรักษากำลังซื้อได้ • เร่งเปลี่ยนเงินเป็นสินทรัพย์อื่น • ลดความต้องการถือเงิน (money demand collapse) ระบบจะเข้าสู่ phase shift อย่างไม่เชิงเส้น (Minsky, 1986; Shiller, 2017) ⸻ 12. ทางเลือกหลัง Fiat: ระบบลูกผสม (Hybrid Monetary Regimes) Dalio ไม่ได้เสนอว่า Fiat จะ “หายไป” แต่เสนอว่าโลกกำลังเข้าสู่ ระบบหลายเสาหลัก (multi-anchor system) 12.1 ทองคำ (Gold) • ป้องกัน debasement ระยะยาว • ไม่พึ่งรัฐใดรัฐหนึ่ง • ข้อจำกัด: เคลื่อนย้ายช้า / ไม่ native-digital (Barro, 1979) 12.2 สินทรัพย์ดิจิทัลแบบจำกัดอุปทาน (เช่น Bitcoin) • อุปทานคาดการณ์ได้ • ไม่ขึ้นกับนโยบายการเมือง • ผันผวนสูง แต่มีคุณสมบัติ store of value ระยะยาว (Böhme et al., 2015) 12.3 CBDC • เพิ่มประสิทธิภาพรัฐ • แต่ เพิ่มอำนาจการเงินแบบรวมศูนย์ • ไม่แก้ปัญหา debasement เชิงโครงสร้าง (BIS, 2021) ⸻ 13. Debasement ในฐานะ “กฎฟิสิกส์ของระบบการเงิน” หากมองเชิงระบบ (systems theory): • Fiat money = ระบบเปิด (open system) • การเมือง = แหล่งพลังงานที่ไม่เสถียร • หนี้ = เอนโทรปีสะสม • การพิมพ์เงิน = การเลื่อนปัญหาในเวลา Debasement จึงไม่ใช่ moral failure แต่เป็น thermodynamic outcome ของระบบที่ฝืนดุลยภาพ ⸻ 14. บทสรุประดับเมตา ประโยคของ Ray Dalio ควรถูกอ่านว่า: “Fiat money ทำงานได้ดี จนกว่ามันจะทำงานดีเกินไป และทำให้มนุษย์ใช้มันเกินขอบเขตวินัย” Debasement ไม่ได้ถามว่า จะเกิดหรือไม่ แต่ถามว่า • จะช้าแค่ไหน • ใครแบกรับต้นทุน • และระบบถัดไปจะหน้าตาอย่างไร ⸻ เอกสารอ้างอิงเพิ่มเติม • Reinhart, C., & Sbrancia, B. (2011). The Liquidation of Government Debt • Piketty, T. (2014). Capital in the Twenty-First Century • Rogoff, K. (2016). The Curse of Cash • Minsky, H. (1986). Stabilizing an Unstable Economy • BIS (2021). Central Bank Digital Currencies • Böhme, R. et al. (2015). Bitcoin: Economics, Technology, and Governance • Shiller, R. (2017). Narrative Economics #Siamstr #nostr #BTC #bitcoin

Replies (0)

No replies yet. Be the first to leave a comment!