Thread

image เวลาที่เราหวังดีกับใครสักคน เราก็จะอยากให้ความช่วยเหลือกับเขา . แต่ในหลายๆครั้ง แม้เราจะหวังดีกับเขา (และเขาก็รับรู้ถึงความหวังดีของเรา) แต่สุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมันกลับไม่ได้ “สวยงาม” . ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น…กลายเป็นทั้งเรา (ที่เป็นฝ่ายช่วยเหลือ) และเขา (ที่เป็นฝ่ายรับความช่วยเหลือ) ต่างรู้สึกแย่ด้วยกันทั้งคู่ . ยกตัวอย่างเช่น . เราเห็นว่าเพื่อนของเรากำลังทุกข์ใจ ที่จับได้ว่าแฟนตัวเองนอกใจ (อีกแล้ว) . เราเป็นห่วงเพื่อน เราหวังดีกับเพื่อน . เราก็เลยเดินเข้าไปหาเพื่อนและ แนะนำให้เพื่อน “รีบๆเลิกกับมันซะ!” . แต่แทนที่เพื่อนจะเลิกกับแฟนทันที เพื่อนกลับมีปากเสียงกับเรา ส่งผลให้ในที่สุด เรากับเพื่อนทะเลาะกันยกใหญ่ซะอย่างงั้น . เป็นต้น . ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ได้? . เวลาที่เราเห็นคนๆหนึ่งกำลังหิวข้าว และเราเสนอตัวที่จะทำอาหารให้เขาทาน . ถ้าจะให้ดีที่สุด ก่อนที่เราจะลงมือทำอาหาร เราควรถามเจ้าตัวเขาก่อนว่า เขาอยากทานอะไร . ไม่อย่างนั้น สมมติว่าเราทำกระเพราหมูสับให้คนๆนั้น แต่เจ้าตัวเป็นชาวมุสลิมที่ไม่ทานเนื้อหมูขึ้นมา อาหารที่เราลงแรงทำไปให้ (ด้วยความหวังดี) ก็จะ “เสียเปล่า” ได้ . และยิ่งถ้าเราพยายาม “ยัดเยียด” กระเพราหมูสับ เผลอๆ มันอาจจะจุดชนวนให้เราขัดแย้ง กับคนที่เราอยากจะช่วยเหลืออีกด้วย! . การให้ความช่วยเหลือคนอื่นก็ไม่ต่างกันเลยครับ . การมีความหวังดีต่อเพื่อนมนุษย์มันคือสิ่งที่สวยงามนะครับ . แต่ในหลายๆครั้ง เพียงแค่ความหวังดีอย่างเดียว มันไม่เพียงพอจริงๆครับ . ในหลายๆครั้ง การเข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรคือ สิ่งที่ “ขาดไม่ได้” เลยครับ . ฉะนั้น หากเราจะย้อนกลับไปที่ตัวอย่างในข้างต้น . ผมมองว่า… . เราสามารถสื่อสารกับเพื่อนได้ครับว่า เราเป็นห่วงเพื่อน . เราสามารถสื่อสารกับเพื่อนได้ครับว่า เราไม่พอใจที่แฟนเพื่อนทำกับเพื่อนแบบนี้ . เราสามารถสื่อสารกับเพื่อนได้ครับว่า เราอยากจะช่วย support เพื่อน . นอกจากนี้ ผมก็อยากจะเชียร์ให้ เราถามเพื่อนต่อไปด้วยครับว่า . ณ ตอนนี้ เพื่อนต้องการอะไร มีอะไรที่เราพอจะทำเพื่อช่วย support เพื่อนในขณะนี้ได้บ้าง . ผมมองว่า หากเราทำแบบนี้ มันน่าจะ “สวยงาม” ขึ้นเยอะเลยครับ อ้างอิง https://doi.org/10.1002/pon.3896 https://doi.org/10.1017/S1041610217000898 #จิตวิทยา #siamstr

Replies (0)

No replies yet. Be the first to leave a comment!