Thread

image เพราะควอนตัม เราจึงดำรงอยู่? วิเคราะห์เชิงลึก: สติสัมปชัญญะ สมอง และสนามพลังงานควอนตัม — ระหว่างวิทยาศาสตร์กับอภิปรัชญา ⸻ 1. ข้อเสนอหลักของงานวิจัย: สมอง “สั่นพ้อง” กับสนามควอนตัม? งานที่ถูกอ้างอิงในโพสต์ระบุว่า มีการตีพิมพ์ในวารสาร Frontiers in Human Neuroscience โดยเสนอแนวคิดว่า สติสัมปชัญญะ (consciousness) อาจไม่ได้ “ถูกสร้าง” โดยสมองล้วน ๆ แต่เกิดจากการที่สมอง สั่นพ้อง (resonate) กับสนามพลังงานควอนตัมพื้นฐานของจักรวาล โดยเฉพาะสิ่งที่เรียกว่า Zero-Point Field กล่าวอีกแบบหนึ่งคือ สมองไม่ได้เป็น “ผู้ผลิตจิต” แต่เป็น “ตัวรับ–ตัวจัดระเบียบ” ของปรากฏการณ์ที่มีอยู่ก่อนแล้วในระดับพื้นฐานของธรรมชาติ แนวคิดนี้ ไม่ใช่กระแสหลัก แต่ก็ ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันล้วน ๆ หากมองในเชิงปรัชญาวิทยาศาสตร์ ⸻ 2. สติสัมปชัญญะในกรอบ neuroscience แบบดั้งเดิม ในกระแสหลักของประสาทวิทยา สติสัมปชัญญะถูกอธิบายว่าเกิดจาก • เครือข่ายเซลล์ประสาทจำนวนมหาศาล • การยิงสัญญาณไฟฟ้าแบบเป็นจังหวะ • การประสานกันของสมองหลายส่วน เช่น • thalamocortical loop • default mode network • global neuronal workspace เมื่อการประสานถึงระดับหนึ่ง จะเกิดประสบการณ์ภายใน เช่น ความรู้สึกตัว ความเจ็บปวด การรับรู้ตนเอง ปัญหาคือ… เราอธิบาย “การประมวลผลข้อมูล” ได้ แต่ยังอธิบายไม่ได้ว่า ทำไมข้อมูลจึงมีคุณภาพเชิงประสบการณ์ (qualia) นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Hard Problem of Consciousness ⸻ 3. จุดที่ neuroscience ติดกำแพง แม้เราจะรู้ว่า • สมองส่วนไหนเกี่ยวกับการเห็น • สารสื่อประสาทอะไรเกี่ยวกับอารมณ์ • คลื่นสมองแบบไหนสัมพันธ์กับการรู้ตัว แต่คำถามนี้ยังค้างอยู่: ทำไมการยิงไฟฟ้าของเซลล์ประสาท จึง “รู้สึกเป็นอะไรบางอย่างจากข้างใน”? การอธิบายเชิงกลไก ยังไม่แตะ “ความเป็นเอกภาพของประสบการณ์” และ “ความรู้สึกว่ามีตัวตนอยู่จริง” ⸻ 4. Zero-Point Field คืออะไร (ในฟิสิกส์จริง) ในฟิสิกส์ควอนตัม แม้ในสุญญากาศสมบูรณ์ พลังงาน ไม่เคยเป็นศูนย์จริง • มีการสั่นไหวระดับจุลภาคตลอดเวลา • เป็นผลจากหลักความไม่แน่นอนของไฮเซนเบิร์ก • สนามพลังงานนี้เรียกว่า Zero-Point Energy / Zero-Point Field ตรงนี้คือ ฟิสิกส์จริง และมีหลักฐานเชิงทดลอง แต่… ฟิสิกส์ ไม่เคย บอกว่า สนามนี้ “มีสติ” หรือ “รับรู้ได้” ⸻ 5. การก้าวข้ามจากฟิสิกส์ → จิตสำนึก: จุดเสี่ยงของทฤษฎี งานวิจัยที่ถูกอ้าง ทำ “การกระโดดเชิงแนวคิด” สำคัญ 3 ชั้น ชั้นที่ 1: จาก coherence → ความหมาย เสนอว่าสมองสามารถเข้าสู่สภาวะสอดคล้องเชิงควอนตัมระดับมหภาค ซึ่งยังเป็นเรื่องที่ ถกเถียงหนักมาก ชั้นที่ 2: จากสนามพลังงาน → การจัดระเบียบข้อมูล อ้างว่าสนามควอนตัมช่วย “จัดรูปประสบการณ์” ชั้นที่ 3 (อันตรายที่สุด): จากการจัดระเบียบ → ความรู้สึกตัว นี่คือจุดที่ ยังไม่มีหลักฐานทดลองรองรับ กล่าวตรง ๆ คือ ทฤษฎีนี้ ยังไม่แก้ Hard Problem แต่เพียง “ย้ายปัญหา” จากสมอง → สนามควอนตัม ⸻ 6. มันไม่ใช่วิทยาศาสตร์ลวง แต่เป็น “ปรัชญาฟิสิกส์” สิ่งที่งานแนวนี้ทำจริง ๆ คือ • เสนอกรอบมองแบบ panpsychism อ่อน ๆ • หรือ neutral monism • มองว่าสติอาจเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของธรรมชาติ เหมือนมวลหรือพลังงาน นี่คือ ปรัชญาจิต ไม่ใช่ neuroscience เชิงทดลองโดยตรง และก็ไม่ผิด ตราบใดที่เราไม่อ้างว่า “พิสูจน์แล้ว” ⸻ 7. เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่าย มุมมอง สมอง สติ กระแสหลัก ผู้ผลิต ผลลัพธ์ ทฤษฎีนี้ ตัวรับ/ปรับจูน คุณสมบัติพื้นฐานของจักรวาล ปัญหา อธิบาย qualia ไม่ได้ ยังไม่มีหลักฐานเชิงทดลอง ⸻ 8. สรุปอย่างซื่อตรงทางวิชาการ 1. สนามพลังงานควอนตัม มีอยู่จริง 2. สมองมีจังหวะและความสอดคล้องจริง 3. แต่ยัง ไม่มีหลักฐาน ว่าสนามควอนตัม “ก่อให้เกิดสติ” 4. งานลักษณะนี้อยู่กึ่งกลางระหว่าง • ฟิสิกส์ • neuroscience • และอภิปรัชญา มันไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่เป็นคำถามที่ลึกขึ้น ⸻ ประโยคปิดท้าย (สำคัญ) “ปัญหาของจิตสำนึก อาจไม่ใช่สิ่งที่สมอง ‘ทำ’ แต่อาจเป็นสิ่งที่ธรรมชาติ ‘เป็น’ และสมองเป็นเพียงหน้าต่างที่เปิดให้มันปรากฏ” ⸻ สติคือคุณสมบัติพื้นฐานของจักรวาล หรือผลลัพธ์ของโครงสร้าง? การบรรจบกันของ Panpsychism, IIT และ Orch-OR ⸻ 1. จุดร่วมที่ลึกที่สุดของทั้งสามทฤษฎี แม้ทั้งสามแนวคิดจะดูต่างกันมาก แต่มี “แกนกลางร่วม” ที่สำคัญยิ่ง สติไม่ได้เป็นเพียงผลพลอยได้ (epiphenomenon) แต่ต้องมีสถานะเชิงโครงสร้างหรือเชิงพื้นฐานบางอย่างในธรรมชาติ ทั้งสามแนวคิด ปฏิเสธ มุมมองแบบ reductionism แข็ง ที่มองว่าสติ = การคำนวณซับซ้อนเฉย ๆ ⸻ 2. Panpsychism: เมื่อ “การรู้” เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของสรรพสิ่ง แก่นแท้ Panpsychism เสนอว่า องค์ประกอบพื้นฐานของจักรวาล มีมิติของการรับรู้ในระดับจางมาก ไม่ใช่ว่าอิเล็กตรอน “คิดได้” แต่มี proto-experience หรือ “ศักยภาพของการถูกรู้” จุดแข็ง • แก้ Hard Problem โดยไม่ต้อง “สร้างการรู้จากศูนย์” • ไม่มีช่องว่างปาฏิหาริย์ระหว่างสสารกับประสบการณ์ จุดอ่อน • ปัญหา Combination Problem proto-consciousness จำนวนมาก รวมกันเป็น “ฉัน” ได้อย่างไร? • ยังไม่มีเกณฑ์เชิงฟิสิกส์วัดได้ Panpsychism จึงเป็น กรอบอภิปรัชญา มากกว่าโมเดลเชิงทดลอง ⸻ 3. Integrated Information Theory (IIT): สติคือโครงสร้างของข้อมูล IIT พัฒนาโดย Giulio Tononi แนวคิดแกน สติ = ระดับและรูปแบบของ “ข้อมูลที่ถูกรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างไม่อาจแยกได้” ไม่ใช่จำนวน neuron แต่เป็น โครงสร้างความสัมพันธ์ภายในระบบ ระบบใดก็ตามที่ • มี causal power ต่อทั้งระบบ • ไม่สามารถแยกเป็นส่วนย่อยโดยไม่สูญเสียความหมาย → มีสติในระดับหนึ่ง ข้อได้เปรียบสำคัญ • เป็นทฤษฎีเดียวที่ ให้เกณฑ์เชิงหลักการ ของสติ • ใช้ได้กับสมอง, AI, ระบบชีวภาพอื่น ปัญหาลึก • ทำนายว่า ระบบง่ายบางอย่างอาจมีสติ (แม้จะขัดสัญชาตญาณ) • ไม่อธิบายว่า “ทำไมโครงสร้างข้อมูล” ถึง รู้สึก IIT บอกว่า อะไรมีสติ แต่ยังไม่บอกว่า การรู้เกิดขึ้นได้อย่างไร ⸻ 4. Orch-OR: เมื่อควอนตัมเข้าไปอยู่ในเซลล์ประสาท พัฒนาโดย • Roger Penrose • Stuart Hameroff ข้อเสนอหลัก • สติไม่ได้เกิดที่ระดับ neuron firing • แต่เกิดจากกระบวนการควอนตัมใน microtubules • การ “collapse” ของสถานะควอนตัมแบบ objective reduction คือเหตุการณ์ของการรู้ ความกล้าหาญของทฤษฎี • เชื่อม ฟิสิกส์พื้นฐานของกาล–อวกาศ กับประสบการณ์ภายใน • ไม่มองว่าสติเป็นเพียง computation ข้อโต้แย้งหนัก • สมองเป็นระบบอุณหภูมิสูง → decoherence ง่าย • หลักฐานเชิงทดลองยังไม่ชัดพอ Orch-OR คือ ทฤษฎีที่กล้าข้ามขอบเขตที่สุด แต่ก็เสี่ยงที่สุด ⸻ 5. จุดที่ทั้งสาม “เริ่มบรรจบกัน” หากวางทั้งสามบนแผนที่เดียวกัน จะเห็นว่า • Panpsychism → เสนอ “ฐานของการรู้” • IIT → เสนอ “เงื่อนไขเชิงโครงสร้างของการเป็นหนึ่งเดียว” • Orch-OR → เสนอ “กลไกฟิสิกส์ลึกสุดที่อาจทำให้เกิดเหตุการณ์รู้” กล่าวอย่างตรงไปตรงมา: Panpsychism = อภิปรัชญาของสติ IIT = สถาปัตยกรรมของสติ Orch-OR = กลไกฟิสิกส์ที่อาจเป็นตัวกลาง ⸻ 6. เชื่อมกลับ Zero-Point Field อย่างระมัดระวัง แนวคิดจากโพสต์ The Principia พยายามวาง Zero-Point Field เป็น “สนามแม่บท” หากเชื่อมอย่างไม่เพ้อฝันเกินไป จะได้ว่า • สนามควอนตัม = แหล่งศักยภาพพื้นฐาน (Panpsychism) • สมอง = โครงสร้างที่รวมข้อมูล (IIT) • microtubules / coherence = กลไก coupling (Orch-OR) ⚠️ แต่ทั้งหมดนี้ ยังเป็น กรอบบูรณาการเชิงปรัชญา ไม่ใช่ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ ⸻ 7. สรุปแบบไม่ประนีประนอม 1. ยังไม่มีทฤษฎีใดพิสูจน์ได้ว่าสติคืออะไร 2. แต่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ฟิสิกส์, ประสาทวิทยา, และปรัชญา เริ่ม “พูดภาษาเดียวกัน” 3. สติอาจไม่ใช่สิ่งที่ เกิดขึ้นหลังสุด แต่อาจเป็นสิ่งที่ อยู่ลึกที่สุด ⸻ ประโยคปิดท้าย (ระดับแก่น) “เราอาจไม่ได้อยู่ในจักรวาลที่ ‘ไร้สติแล้วเกิดสติขึ้นภายหลัง’ แต่อยู่ในจักรวาลที่ ‘มีศักยภาพของการรู้ตั้งแต่ต้น’ และสมองเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งที่ธรรมชาติใช้ในการทำให้มันตระหนักถึงตนเอง” #Siamstr #nostr #quantum

Replies (0)

No replies yet. Be the first to leave a comment!