เงินเฟ้อ การพิมพ์เงิน และ “ภาพลวงตา” ของราคาทองคำ
บทวิเคราะห์ระบบการเงินโลกหลังโควิดอย่างเป็นวิชาการ
1. ปรากฏการณ์ที่คนรู้สึกตรงกัน แต่เข้าใจไม่เหมือนกัน
ในช่วง 5 ปีหลังโควิด ผู้คนจำนวนมากทั่วโลก—including ไทย—รู้สึกเหมือนกันว่า
“เงินเท่าเดิม แต่ซื้อของได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด”
ความรู้สึกนี้ ไม่ใช่เรื่องมโน และไม่ใช่แค่ประเทศไทย
แต่เป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่เกิดพร้อมกันหลังปี 2020
ซึ่งสัมพันธ์กับ มาตรการการเงินและการคลังขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่
(IMF, 2021; BIS, 2022)
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ
• อะไรคือข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้าง
• อะไรคือการอธิบายแบบเหมารวมเกินจริง
• อะไรคือ narrative ที่ชวนให้เข้าใจผิด
⸻
2. สหรัฐ “พิมพ์เงินมหาศาล” จริงหรือไม่?
คำตอบสั้น: จริง แต่ต้องเข้าใจว่า “พิมพ์เงิน” หมายถึงอะไร
หลังโควิด-19 ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ใช้นโยบาย
• Quantitative Easing (QE)
• อัตราดอกเบี้ยใกล้ศูนย์
• การสนับสนุนตลาดการเงินและรัฐบาลกลาง
ผลคือ งบดุลของ Fed ขยายจาก ~4 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นเกือบ 9 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2022
(Federal Reserve Statistical Release, 2022)
แต่ประเด็นสำคัญคือ
งบดุลธนาคารกลาง ≠ ปริมาณเงินที่ไหลเข้าสู่เศรษฐกิจจริงทันที
งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า
QE ส่งผลต่อ ราคาสินทรัพย์ (asset prices) มากกว่า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ในช่วงแรก
(Gagnon et al., 2011; Krishnamurthy et al., 2014)
⸻
3. “เงินดอลลาร์ทั้งโลกเพิ่มขึ้น 3 เท่า” — ข้อความนี้จริงแค่ไหน?
ข้อความลักษณะนี้ พูดเกินจริงในเชิงเทคนิค
• ถ้าวัด Monetary Base (MB) → เพิ่มมากจริง
• ถ้าวัด Broad Money (M2) → เพิ่มแรงช่วง 2020–2021 แต่ไม่ได้ “3 เท่า” ทั่วโลก
• ประเทศอื่นไม่ได้ “พิมพ์ตามดอลลาร์แบบอัตโนมัติ”
ระบบโลกหลัง Bretton Woods (หลังปี 1971) คือ managed float + capital flow
ไม่ใช่ระบบที่ทุกประเทศต้องพิมพ์เงิน “ตามสหรัฐ” แบบ mechanical
(Obstfeld & Rogoff, 1996; BIS Annual Report)
ประเทศไทยเองใช้
• inflation targeting
• managed float
ไม่ใช่ currency peg กับดอลลาร์โดยตรง
(ธนาคารแห่งประเทศไทย)
⸻
4. เงินเฟ้อ: ตัวเลข CPI vs ความจริงที่คนเจอ
จุดที่ข้อความต้นฉบับ “จับถูก” คือ
CPI ต่ำกว่าความรู้สึกจริงของประชาชนจำนวนมาก
สาเหตุเพราะ:
• CPI เป็น “ตะกร้าสินค้าเฉลี่ย”
• ตัดสินค้าที่ผันผวนสูงออก (hedonic adjustment)
• ไม่สะท้อนราคาสินทรัพย์ (บ้าน ที่ดิน หุ้น)
งานวิจัยเรียกสิ่งนี้ว่า
Perceived inflation vs measured inflation gap
(Bryan & Venkatu, Federal Reserve Bank of Cleveland)
ดังนั้น การที่คนรู้สึกว่า
“ค่าครองชีพพุ่งแรงกว่าที่รัฐบอก”
ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และพบในหลายประเทศ
⸻
5. แล้วราคาทองคำ “ขึ้นเพราะเงินเสื่อม” ใช่หรือไม่?
คำตอบเชิงวิชาการคือ: ใช่บางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด
ราคาทองคำสะท้อน:
1. Real interest rate (ดอกเบี้ยแท้จริง)
2. ความเสี่ยงเชิงระบบ (systemic risk)
3. ค่าเงินดอลลาร์
4. ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
งานวิจัยจำนวนมากพบว่า
ทองคำสัมพันธ์กับ real rate มากกว่า CPI
(Gorton & Rouwenhorst, 2006; Baur & McDermott, 2010)
ดังนั้น
• การที่ทองจาก ~20,000 → ~70,000 บาท/บาททองคำ
ไม่ได้แปลว่า “ทองดีขึ้น 3.5 เท่า”
• แต่สะท้อนว่า สกุลเงินอ่อนค่าลง + real rate ต่ำเป็นเวลานาน
⸻
6. “เงินเดือน 100,000 วันนี้ ไม่เท่ากับ 100,000 เมื่อก่อน” — จริงหรือไม่?
จริงในเชิง กำลังซื้อ (purchasing power)
หากปรับด้วย:
• ค่าเช่า
• ค่าอาหาร
• พลังงาน
• การศึกษา / สุขภาพ
รายได้ nominal เดิม ไม่ได้แปลว่าฐานะเท่าเดิม
(OECD Income and Living Standards Database)
แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ
อย่าสรุปว่า “ระบบกำลังจะพังแน่นอนใน 5 ปี”
เพราะงานวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ชี้ว่า
ระบบการเงิน เสื่อม–ปรับ–เปลี่ยน มากกว่าพังแบบฉับพลัน
(Reinhart & Rogoff, This Time Is Different)
⸻
7. เงินเฟ้อ “ช่วยล้างหนี้” จริงหรือ?
จริงในระดับ รัฐและลูกหนี้รายใหญ่
แต่ไม่จริงเสมอสำหรับประชาชนทั่วไป
เงินเฟ้อช่วย:
• ลดมูลค่าหนี้ nominal
• เอื้อรัฐบาลที่เป็นหนี้สกุลเงินตนเอง
แต่:
• รายได้แรงงานมักปรับช้ากว่าเงินเฟ้อ
• คนไม่มีสินทรัพย์เสียประโยชน์
• คนมีหนี้ลอยตัวอาจแย่ลง
(IMF Global Debt Monitor)
⸻
8. สรุปแบบวิชาการ (ไม่ปลุก ไม่ขู่)
สิ่งที่ “ใช่” ในข้อความต้นฉบับ:
• เงินเฟ้อเชิงโครงสร้างสูงขึ้นหลังโควิด
• CPI ไม่สะท้อนประสบการณ์จริงทั้งหมด
• ทองสะท้อน real rate และความเสี่ยงระบบ
• รายได้เดิม ≠ ฐานะเดิม
สิ่งที่ “พูดแรงเกินจริง”:
• ระบบโลกใกล้ตายแบบ ICU แน่นอน
• ทุกประเทศพิมพ์เงินตามสหรัฐ
• เงินดอลลาร์เสื่อม 2 ใน 3 แบบเส้นตรง
• 5 ปีข้างหน้าจะเกิดเงินเฟ้อคูณจักรวาลแน่
⸻
9. เงินเฟ้อรอบนี้ “ไม่ใช่เงินเฟ้อธรรมดา” แต่เป็น Regime Shift
เงินเฟ้อหลังโควิด ไม่ใช่แค่ cyclical inflation
แต่เป็นการเปลี่ยน regime ของระบบการเงินโลก
ก่อนปี 2020 โลกอยู่ในสภาพ:
• ดอกเบี้ยแท้จริงต่ำ
• เงินเฟ้อต่ำ
• โลกาภิวัตน์กดต้นทุน
• ประชากรโลกวัยแรงงานเพิ่ม
หลังปี 2020:
• supply chain แตก (pandemic + geopolitics)
• รัฐกลับมาใช้นโยบายการคลังขนาดใหญ่
• ภูมิรัฐศาสตร์ → deglobalization
• สังคมสูงวัย → แรงงานขาด
นี่คือสิ่งที่งานวิจัยเรียกว่า
Structural inflation pressure
(Goodhart & Pradhan, The Great Demographic Reversal)
ดังนั้น เงินเฟ้อรอบนี้ ไม่ใช่ 2–3% แบบเดิม
และไม่ใช่สิ่งที่จะ “หายไปเอง” โดยไม่แลกอะไรเลย
⸻
10. ทำไม CPI “โกหกโดยโครงสร้าง” (โดยไม่ตั้งใจ)
CPI ไม่ได้โกหกเพราะรัฐเลว
แต่โกหกเพราะ มันถูกออกแบบมาเพื่อเสถียรภาพนโยบาย ไม่ใช่ชีวิตจริง
CPI:
• เฉลี่ยตะกร้าทั้งประเทศ
• ลดน้ำหนักสินค้าที่ราคาขึ้นเร็ว
• ไม่รวมราคาทรัพย์สิน
• ใช้ hedonic adjustment (คุณภาพดีขึ้น = ราคาลด)
ผลคือ:
เงินเฟ้อ “เชิงนโยบาย” ต่ำ
เงินเฟ้อ “เชิงชีวิตจริง” สูง
งานวิจัยเรียกสิ่งนี้ว่า
Inflation inequality
(Crystal & Schnabel, ECB; Kaplan et al., 2018)
คนรายได้น้อย–กลาง
เจอเงินเฟ้อสูงกว่าคนรวย โดยโครงสร้าง
⸻
11. ภาพลวงตา “ทองขึ้นแรง” กับความจริงที่น่ากลัวกว่า
สิ่งที่บทความต้นฉบับพูดถูกมากคือ:
ทองไม่ได้ขึ้น เพราะมันดีขึ้น
แต่มันขึ้น เพราะ “หน่วยวัด” เสื่อมลง
ในเชิงการเงิน:
• ทองคือ unit of account ทางอ้อม
• เงิน fiat คือ claim ต่อรัฐ
เมื่อรัฐต้องเลือกระหว่าง:
• เสถียรภาพระบบ
• มูลค่าเงิน
ประวัติศาสตร์บอกชัดว่า
รัฐจะเลือก “ระบบ” เสมอ
(Reinhart & Sbrancia, Financial Repression)
ดังนั้น ทองไม่ได้ “ชนะ”
แต่เงิน fiat “แพ้แบบเงียบ”
⸻
12. หนี้: จุดที่ narrative ส่วนใหญ่พลาดรุนแรงที่สุด
ข้อความต้นฉบับพูดว่า
เงินเฟ้อทำลายหนี้ → โอกาสล้างหนี้
นี่ ถูกครึ่งเดียว และอันตรายอีกครึ่งหนึ่ง
จริง:
• เงินเฟ้อช่วยลด real value ของหนี้เก่า
• เอื้อผู้กู้รายใหญ่
• เอื้อรัฐ
แต่ความจริงที่ไม่พูดคือ:
• หนี้ใหม่ → ดอกเบี้ยสูงกว่า
• credit standard ตึง
• คนตัวเล็ก refinance ไม่ได้
ผลลัพธ์คือ:
Debt stratification
(IMF Global Financial Stability Report)
คนที่ “รอด” คือ:
• เข้าถึงเครดิตต้นทุนต่ำ
• มีสินทรัพย์
• มี cash flow เสถียร
คนที่ “พัง” คือ:
• รายได้คงที่
• หนี้ลอยตัว
• ไม่มีสินทรัพย์ hedge เงินเฟ้อ
⸻
13. ทำไม “ชนชั้นกลาง” คือเหยื่อหลักของรอบนี้
เงินเฟ้อรอบนี้ ไม่ฆ่าคนจนทันที
เพราะรัฐช่วยบางส่วน
ไม่ฆ่าคนรวย
เพราะเขามี asset inflation
แต่ฆ่า:
ชนชั้นกลางที่พึ่งรายได้แรงงาน + เงินออม
งานวิจัยเรียกว่า
The middle-class squeeze
(OECD, World Inequality Database)
นี่คือเหตุผลที่:
• เงินเดือน 100,000 วันนี้ “ไม่รู้สึกรวย”
• แต่ก็ยัง “ไม่จนพอ” ที่รัฐจะช่วยจริงจัง
⸻
14. “ระบบการเงินโลกใกล้ตายไหม?” — คำตอบที่ตรงไปตรงมา
คำตอบเชิงวิชาการคือ:
ไม่ตายแบบระเบิด
แต่จะ “เปลี่ยนรูปแบบอย่างเจ็บปวด”
ประวัติศาสตร์การเงินไม่เคยจบด้วย apocalypse
แต่จบด้วย:
• restructuring
• financial repression
• ภาษีแฝงผ่านเงินเฟ้อ
• การเปลี่ยนกติกา
(Reinhart & Rogoff; BIS Long-term cycles)
สิ่งที่คนมักเรียกว่า
“ระบบพัง”
ในมุมเศรษฐศาสตร์คือ
Wealth transfer ครั้งใหญ่
⸻
15. บทสรุป (เชิงวิชาการ ไม่ปลุก ไม่ขายฝัน)
สิ่งที่ควร “เข้าใจ” ไม่ใช่ “กลัว”:
1. เงินเฟ้อรอบนี้เป็นเชิงโครงสร้าง
2. CPI ต่ำ ≠ ชีวิตดีขึ้น
3. ทองสะท้อน real rate ไม่ใช่เวทมนตร์
4. เงินเดือนเดิม ≠ ฐานะเดิม
5. หนี้เป็นทั้งอาวุธและกับดัก
6. ความรู้ทางการเงิน = ตัวแบ่งชนชั้นใหม่
และประโยคเดียวที่ควรจำ:
ในโลกเงินเฟ้อ
การไม่เข้าใจระบบ = ต้นทุนที่แพงที่สุด
#Siamstr #nostr #bitcoin #BTCThread
เงินเฟ้อ การพิมพ์เงิน และ “ภาพลวงตา” ของราคาทองคำ
บทวิเคราะห์ระบบการเงินโลกหลังโควิดอย่างเป็นวิชาการ
1. ปรากฏการณ์ที่คนรู้สึกตรงกัน แต่เข้าใจไม่เหมือนกัน
ในช่วง 5 ปีหลังโควิด ผู้คนจำนวนมากทั่วโลก—including ไทย—รู้สึกเหมือนกันว่า
“เงินเท่าเดิม แต่ซื้อของได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด”
ความรู้สึกนี้ ไม่ใช่เรื่องมโน และไม่ใช่แค่ประเทศไทย
แต่เป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่เกิดพร้อมกันหลังปี 2020
ซึ่งสัมพันธ์กับ มาตรการการเงินและการคลังขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่
(IMF, 2021; BIS, 2022)
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ
• อะไรคือข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้าง
• อะไรคือการอธิบายแบบเหมารวมเกินจริง
• อะไรคือ narrative ที่ชวนให้เข้าใจผิด
⸻
2. สหรัฐ “พิมพ์เงินมหาศาล” จริงหรือไม่?
คำตอบสั้น: จริง แต่ต้องเข้าใจว่า “พิมพ์เงิน” หมายถึงอะไร
หลังโควิด-19 ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ใช้นโยบาย
• Quantitative Easing (QE)
• อัตราดอกเบี้ยใกล้ศูนย์
• การสนับสนุนตลาดการเงินและรัฐบาลกลาง
ผลคือ งบดุลของ Fed ขยายจาก ~4 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นเกือบ 9 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2022
(Federal Reserve Statistical Release, 2022)
แต่ประเด็นสำคัญคือ
งบดุลธนาคารกลาง ≠ ปริมาณเงินที่ไหลเข้าสู่เศรษฐกิจจริงทันที
งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า
QE ส่งผลต่อ ราคาสินทรัพย์ (asset prices) มากกว่า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ในช่วงแรก
(Gagnon et al., 2011; Krishnamurthy et al., 2014)
⸻
3. “เงินดอลลาร์ทั้งโลกเพิ่มขึ้น 3 เท่า” — ข้อความนี้จริงแค่ไหน?
ข้อความลักษณะนี้ พูดเกินจริงในเชิงเทคนิค
• ถ้าวัด Monetary Base (MB) → เพิ่มมากจริง
• ถ้าวัด Broad Money (M2) → เพิ่มแรงช่วง 2020–2021 แต่ไม่ได้ “3 เท่า” ทั่วโลก
• ประเทศอื่นไม่ได้ “พิมพ์ตามดอลลาร์แบบอัตโนมัติ”
ระบบโลกหลัง Bretton Woods (หลังปี 1971) คือ managed float + capital flow
ไม่ใช่ระบบที่ทุกประเทศต้องพิมพ์เงิน “ตามสหรัฐ” แบบ mechanical
(Obstfeld & Rogoff, 1996; BIS Annual Report)
ประเทศไทยเองใช้
• inflation targeting
• managed float
ไม่ใช่ currency peg กับดอลลาร์โดยตรง
(ธนาคารแห่งประเทศไทย)
⸻
4. เงินเฟ้อ: ตัวเลข CPI vs ความจริงที่คนเจอ
จุดที่ข้อความต้นฉบับ “จับถูก” คือ
CPI ต่ำกว่าความรู้สึกจริงของประชาชนจำนวนมาก
สาเหตุเพราะ:
• CPI เป็น “ตะกร้าสินค้าเฉลี่ย”
• ตัดสินค้าที่ผันผวนสูงออก (hedonic adjustment)
• ไม่สะท้อนราคาสินทรัพย์ (บ้าน ที่ดิน หุ้น)
งานวิจัยเรียกสิ่งนี้ว่า
Perceived inflation vs measured inflation gap
(Bryan & Venkatu, Federal Reserve Bank of Cleveland)
ดังนั้น การที่คนรู้สึกว่า
“ค่าครองชีพพุ่งแรงกว่าที่รัฐบอก”
ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และพบในหลายประเทศ
⸻
5. แล้วราคาทองคำ “ขึ้นเพราะเงินเสื่อม” ใช่หรือไม่?
คำตอบเชิงวิชาการคือ: ใช่บางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด
ราคาทองคำสะท้อน:
1. Real interest rate (ดอกเบี้ยแท้จริง)
2. ความเสี่ยงเชิงระบบ (systemic risk)
3. ค่าเงินดอลลาร์
4. ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย
งานวิจัยจำนวนมากพบว่า
ทองคำสัมพันธ์กับ real rate มากกว่า CPI
(Gorton & Rouwenhorst, 2006; Baur & McDermott, 2010)
ดังนั้น
• การที่ทองจาก ~20,000 → ~70,000 บาท/บาททองคำ
ไม่ได้แปลว่า “ทองดีขึ้น 3.5 เท่า”
• แต่สะท้อนว่า สกุลเงินอ่อนค่าลง + real rate ต่ำเป็นเวลานาน
⸻
6. “เงินเดือน 100,000 วันนี้ ไม่เท่ากับ 100,000 เมื่อก่อน” — จริงหรือไม่?
จริงในเชิง กำลังซื้อ (purchasing power)
หากปรับด้วย:
• ค่าเช่า
• ค่าอาหาร
• พลังงาน
• การศึกษา / สุขภาพ
รายได้ nominal เดิม ไม่ได้แปลว่าฐานะเท่าเดิม
(OECD Income and Living Standards Database)
แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ
อย่าสรุปว่า “ระบบกำลังจะพังแน่นอนใน 5 ปี”
เพราะงานวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ชี้ว่า
ระบบการเงิน เสื่อม–ปรับ–เปลี่ยน มากกว่าพังแบบฉับพลัน
(Reinhart & Rogoff, This Time Is Different)
⸻
7. เงินเฟ้อ “ช่วยล้างหนี้” จริงหรือ?
จริงในระดับ รัฐและลูกหนี้รายใหญ่
แต่ไม่จริงเสมอสำหรับประชาชนทั่วไป
เงินเฟ้อช่วย:
• ลดมูลค่าหนี้ nominal
• เอื้อรัฐบาลที่เป็นหนี้สกุลเงินตนเอง
แต่:
• รายได้แรงงานมักปรับช้ากว่าเงินเฟ้อ
• คนไม่มีสินทรัพย์เสียประโยชน์
• คนมีหนี้ลอยตัวอาจแย่ลง
(IMF Global Debt Monitor)
⸻
8. สรุปแบบวิชาการ (ไม่ปลุก ไม่ขู่)
สิ่งที่ “ใช่” ในข้อความต้นฉบับ:
• เงินเฟ้อเชิงโครงสร้างสูงขึ้นหลังโควิด
• CPI ไม่สะท้อนประสบการณ์จริงทั้งหมด
• ทองสะท้อน real rate และความเสี่ยงระบบ
• รายได้เดิม ≠ ฐานะเดิม
สิ่งที่ “พูดแรงเกินจริง”:
• ระบบโลกใกล้ตายแบบ ICU แน่นอน
• ทุกประเทศพิมพ์เงินตามสหรัฐ
• เงินดอลลาร์เสื่อม 2 ใน 3 แบบเส้นตรง
• 5 ปีข้างหน้าจะเกิดเงินเฟ้อคูณจักรวาลแน่
⸻
9. เงินเฟ้อรอบนี้ “ไม่ใช่เงินเฟ้อธรรมดา” แต่เป็น Regime Shift
เงินเฟ้อหลังโควิด ไม่ใช่แค่ cyclical inflation
แต่เป็นการเปลี่ยน regime ของระบบการเงินโลก
ก่อนปี 2020 โลกอยู่ในสภาพ:
• ดอกเบี้ยแท้จริงต่ำ
• เงินเฟ้อต่ำ
• โลกาภิวัตน์กดต้นทุน
• ประชากรโลกวัยแรงงานเพิ่ม
หลังปี 2020:
• supply chain แตก (pandemic + geopolitics)
• รัฐกลับมาใช้นโยบายการคลังขนาดใหญ่
• ภูมิรัฐศาสตร์ → deglobalization
• สังคมสูงวัย → แรงงานขาด
นี่คือสิ่งที่งานวิจัยเรียกว่า
Structural inflation pressure
(Goodhart & Pradhan, The Great Demographic Reversal)
ดังนั้น เงินเฟ้อรอบนี้ ไม่ใช่ 2–3% แบบเดิม
และไม่ใช่สิ่งที่จะ “หายไปเอง” โดยไม่แลกอะไรเลย
⸻
10. ทำไม CPI “โกหกโดยโครงสร้าง” (โดยไม่ตั้งใจ)
CPI ไม่ได้โกหกเพราะรัฐเลว
แต่โกหกเพราะ มันถูกออกแบบมาเพื่อเสถียรภาพนโยบาย ไม่ใช่ชีวิตจริง
CPI:
• เฉลี่ยตะกร้าทั้งประเทศ
• ลดน้ำหนักสินค้าที่ราคาขึ้นเร็ว
• ไม่รวมราคาทรัพย์สิน
• ใช้ hedonic adjustment (คุณภาพดีขึ้น = ราคาลด)
ผลคือ:
เงินเฟ้อ “เชิงนโยบาย” ต่ำ
เงินเฟ้อ “เชิงชีวิตจริง” สูง
งานวิจัยเรียกสิ่งนี้ว่า
Inflation inequality
(Crystal & Schnabel, ECB; Kaplan et al., 2018)
คนรายได้น้อย–กลาง
เจอเงินเฟ้อสูงกว่าคนรวย โดยโครงสร้าง
⸻
11. ภาพลวงตา “ทองขึ้นแรง” กับความจริงที่น่ากลัวกว่า
สิ่งที่บทความต้นฉบับพูดถูกมากคือ:
ทองไม่ได้ขึ้น เพราะมันดีขึ้น
แต่มันขึ้น เพราะ “หน่วยวัด” เสื่อมลง
ในเชิงการเงิน:
• ทองคือ unit of account ทางอ้อม
• เงิน fiat คือ claim ต่อรัฐ
เมื่อรัฐต้องเลือกระหว่าง:
• เสถียรภาพระบบ
• มูลค่าเงิน
ประวัติศาสตร์บอกชัดว่า
รัฐจะเลือก “ระบบ” เสมอ
(Reinhart & Sbrancia, Financial Repression)
ดังนั้น ทองไม่ได้ “ชนะ”
แต่เงิน fiat “แพ้แบบเงียบ”
⸻
12. หนี้: จุดที่ narrative ส่วนใหญ่พลาดรุนแรงที่สุด
ข้อความต้นฉบับพูดว่า
เงินเฟ้อทำลายหนี้ → โอกาสล้างหนี้
นี่ ถูกครึ่งเดียว และอันตรายอีกครึ่งหนึ่ง
จริง:
• เงินเฟ้อช่วยลด real value ของหนี้เก่า
• เอื้อผู้กู้รายใหญ่
• เอื้อรัฐ
แต่ความจริงที่ไม่พูดคือ:
• หนี้ใหม่ → ดอกเบี้ยสูงกว่า
• credit standard ตึง
• คนตัวเล็ก refinance ไม่ได้
ผลลัพธ์คือ:
Debt stratification
(IMF Global Financial Stability Report)
คนที่ “รอด” คือ:
• เข้าถึงเครดิตต้นทุนต่ำ
• มีสินทรัพย์
• มี cash flow เสถียร
คนที่ “พัง” คือ:
• รายได้คงที่
• หนี้ลอยตัว
• ไม่มีสินทรัพย์ hedge เงินเฟ้อ
⸻
13. ทำไม “ชนชั้นกลาง” คือเหยื่อหลักของรอบนี้
เงินเฟ้อรอบนี้ ไม่ฆ่าคนจนทันที
เพราะรัฐช่วยบางส่วน
ไม่ฆ่าคนรวย
เพราะเขามี asset inflation
แต่ฆ่า:
ชนชั้นกลางที่พึ่งรายได้แรงงาน + เงินออม
งานวิจัยเรียกว่า
The middle-class squeeze
(OECD, World Inequality Database)
นี่คือเหตุผลที่:
• เงินเดือน 100,000 วันนี้ “ไม่รู้สึกรวย”
• แต่ก็ยัง “ไม่จนพอ” ที่รัฐจะช่วยจริงจัง
⸻
14. “ระบบการเงินโลกใกล้ตายไหม?” — คำตอบที่ตรงไปตรงมา
คำตอบเชิงวิชาการคือ:
ไม่ตายแบบระเบิด
แต่จะ “เปลี่ยนรูปแบบอย่างเจ็บปวด”
ประวัติศาสตร์การเงินไม่เคยจบด้วย apocalypse
แต่จบด้วย:
• restructuring
• financial repression
• ภาษีแฝงผ่านเงินเฟ้อ
• การเปลี่ยนกติกา
(Reinhart & Rogoff; BIS Long-term cycles)
สิ่งที่คนมักเรียกว่า
“ระบบพัง”
ในมุมเศรษฐศาสตร์คือ
Wealth transfer ครั้งใหญ่
⸻
15. บทสรุป (เชิงวิชาการ ไม่ปลุก ไม่ขายฝัน)
สิ่งที่ควร “เข้าใจ” ไม่ใช่ “กลัว”:
1. เงินเฟ้อรอบนี้เป็นเชิงโครงสร้าง
2. CPI ต่ำ ≠ ชีวิตดีขึ้น
3. ทองสะท้อน real rate ไม่ใช่เวทมนตร์
4. เงินเดือนเดิม ≠ ฐานะเดิม
5. หนี้เป็นทั้งอาวุธและกับดัก
6. ความรู้ทางการเงิน = ตัวแบ่งชนชั้นใหม่
และประโยคเดียวที่ควรจำ:
ในโลกเงินเฟ้อ
การไม่เข้าใจระบบ = ต้นทุนที่แพงที่สุด
#Siamstr #nostr #bitcoin #BTC
Login to reply
Replies ()
No replies yet. Be the first to leave a comment!