Thread

image เงินเฟ้อ การพิมพ์เงิน และ “ภาพลวงตา” ของราคาทองคำ บทวิเคราะห์ระบบการเงินโลกหลังโควิดอย่างเป็นวิชาการ 1. ปรากฏการณ์ที่คนรู้สึกตรงกัน แต่เข้าใจไม่เหมือนกัน ในช่วง 5 ปีหลังโควิด ผู้คนจำนวนมากทั่วโลก—including ไทย—รู้สึกเหมือนกันว่า “เงินเท่าเดิม แต่ซื้อของได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด” ความรู้สึกนี้ ไม่ใช่เรื่องมโน และไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่เป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่เกิดพร้อมกันหลังปี 2020 ซึ่งสัมพันธ์กับ มาตรการการเงินและการคลังขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ (IMF, 2021; BIS, 2022) อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ • อะไรคือข้อเท็จจริงเชิงโครงสร้าง • อะไรคือการอธิบายแบบเหมารวมเกินจริง • อะไรคือ narrative ที่ชวนให้เข้าใจผิด ⸻ 2. สหรัฐ “พิมพ์เงินมหาศาล” จริงหรือไม่? คำตอบสั้น: จริง แต่ต้องเข้าใจว่า “พิมพ์เงิน” หมายถึงอะไร หลังโควิด-19 ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ใช้นโยบาย • Quantitative Easing (QE) • อัตราดอกเบี้ยใกล้ศูนย์ • การสนับสนุนตลาดการเงินและรัฐบาลกลาง ผลคือ งบดุลของ Fed ขยายจาก ~4 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นเกือบ 9 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2022 (Federal Reserve Statistical Release, 2022) แต่ประเด็นสำคัญคือ งบดุลธนาคารกลาง ≠ ปริมาณเงินที่ไหลเข้าสู่เศรษฐกิจจริงทันที งานวิจัยจำนวนมากชี้ว่า QE ส่งผลต่อ ราคาสินทรัพย์ (asset prices) มากกว่า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ในช่วงแรก (Gagnon et al., 2011; Krishnamurthy et al., 2014) ⸻ 3. “เงินดอลลาร์ทั้งโลกเพิ่มขึ้น 3 เท่า” — ข้อความนี้จริงแค่ไหน? ข้อความลักษณะนี้ พูดเกินจริงในเชิงเทคนิค • ถ้าวัด Monetary Base (MB) → เพิ่มมากจริง • ถ้าวัด Broad Money (M2) → เพิ่มแรงช่วง 2020–2021 แต่ไม่ได้ “3 เท่า” ทั่วโลก • ประเทศอื่นไม่ได้ “พิมพ์ตามดอลลาร์แบบอัตโนมัติ” ระบบโลกหลัง Bretton Woods (หลังปี 1971) คือ managed float + capital flow ไม่ใช่ระบบที่ทุกประเทศต้องพิมพ์เงิน “ตามสหรัฐ” แบบ mechanical (Obstfeld & Rogoff, 1996; BIS Annual Report) ประเทศไทยเองใช้ • inflation targeting • managed float ไม่ใช่ currency peg กับดอลลาร์โดยตรง (ธนาคารแห่งประเทศไทย) ⸻ 4. เงินเฟ้อ: ตัวเลข CPI vs ความจริงที่คนเจอ จุดที่ข้อความต้นฉบับ “จับถูก” คือ CPI ต่ำกว่าความรู้สึกจริงของประชาชนจำนวนมาก สาเหตุเพราะ: • CPI เป็น “ตะกร้าสินค้าเฉลี่ย” • ตัดสินค้าที่ผันผวนสูงออก (hedonic adjustment) • ไม่สะท้อนราคาสินทรัพย์ (บ้าน ที่ดิน หุ้น) งานวิจัยเรียกสิ่งนี้ว่า Perceived inflation vs measured inflation gap (Bryan & Venkatu, Federal Reserve Bank of Cleveland) ดังนั้น การที่คนรู้สึกว่า “ค่าครองชีพพุ่งแรงกว่าที่รัฐบอก” ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และพบในหลายประเทศ ⸻ 5. แล้วราคาทองคำ “ขึ้นเพราะเงินเสื่อม” ใช่หรือไม่? คำตอบเชิงวิชาการคือ: ใช่บางส่วน แต่ไม่ทั้งหมด ราคาทองคำสะท้อน: 1. Real interest rate (ดอกเบี้ยแท้จริง) 2. ความเสี่ยงเชิงระบบ (systemic risk) 3. ค่าเงินดอลลาร์ 4. ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย งานวิจัยจำนวนมากพบว่า ทองคำสัมพันธ์กับ real rate มากกว่า CPI (Gorton & Rouwenhorst, 2006; Baur & McDermott, 2010) ดังนั้น • การที่ทองจาก ~20,000 → ~70,000 บาท/บาททองคำ ไม่ได้แปลว่า “ทองดีขึ้น 3.5 เท่า” • แต่สะท้อนว่า สกุลเงินอ่อนค่าลง + real rate ต่ำเป็นเวลานาน ⸻ 6. “เงินเดือน 100,000 วันนี้ ไม่เท่ากับ 100,000 เมื่อก่อน” — จริงหรือไม่? จริงในเชิง กำลังซื้อ (purchasing power) หากปรับด้วย: • ค่าเช่า • ค่าอาหาร • พลังงาน • การศึกษา / สุขภาพ รายได้ nominal เดิม ไม่ได้แปลว่าฐานะเท่าเดิม (OECD Income and Living Standards Database) แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ อย่าสรุปว่า “ระบบกำลังจะพังแน่นอนใน 5 ปี” เพราะงานวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ชี้ว่า ระบบการเงิน เสื่อม–ปรับ–เปลี่ยน มากกว่าพังแบบฉับพลัน (Reinhart & Rogoff, This Time Is Different) ⸻ 7. เงินเฟ้อ “ช่วยล้างหนี้” จริงหรือ? จริงในระดับ รัฐและลูกหนี้รายใหญ่ แต่ไม่จริงเสมอสำหรับประชาชนทั่วไป เงินเฟ้อช่วย: • ลดมูลค่าหนี้ nominal • เอื้อรัฐบาลที่เป็นหนี้สกุลเงินตนเอง แต่: • รายได้แรงงานมักปรับช้ากว่าเงินเฟ้อ • คนไม่มีสินทรัพย์เสียประโยชน์ • คนมีหนี้ลอยตัวอาจแย่ลง (IMF Global Debt Monitor) ⸻ 8. สรุปแบบวิชาการ (ไม่ปลุก ไม่ขู่) สิ่งที่ “ใช่” ในข้อความต้นฉบับ: • เงินเฟ้อเชิงโครงสร้างสูงขึ้นหลังโควิด • CPI ไม่สะท้อนประสบการณ์จริงทั้งหมด • ทองสะท้อน real rate และความเสี่ยงระบบ • รายได้เดิม ≠ ฐานะเดิม สิ่งที่ “พูดแรงเกินจริง”: • ระบบโลกใกล้ตายแบบ ICU แน่นอน • ทุกประเทศพิมพ์เงินตามสหรัฐ • เงินดอลลาร์เสื่อม 2 ใน 3 แบบเส้นตรง • 5 ปีข้างหน้าจะเกิดเงินเฟ้อคูณจักรวาลแน่ ⸻ 9. เงินเฟ้อรอบนี้ “ไม่ใช่เงินเฟ้อธรรมดา” แต่เป็น Regime Shift เงินเฟ้อหลังโควิด ไม่ใช่แค่ cyclical inflation แต่เป็นการเปลี่ยน regime ของระบบการเงินโลก ก่อนปี 2020 โลกอยู่ในสภาพ: • ดอกเบี้ยแท้จริงต่ำ • เงินเฟ้อต่ำ • โลกาภิวัตน์กดต้นทุน • ประชากรโลกวัยแรงงานเพิ่ม หลังปี 2020: • supply chain แตก (pandemic + geopolitics) • รัฐกลับมาใช้นโยบายการคลังขนาดใหญ่ • ภูมิรัฐศาสตร์ → deglobalization • สังคมสูงวัย → แรงงานขาด นี่คือสิ่งที่งานวิจัยเรียกว่า Structural inflation pressure (Goodhart & Pradhan, The Great Demographic Reversal) ดังนั้น เงินเฟ้อรอบนี้ ไม่ใช่ 2–3% แบบเดิม และไม่ใช่สิ่งที่จะ “หายไปเอง” โดยไม่แลกอะไรเลย ⸻ 10. ทำไม CPI “โกหกโดยโครงสร้าง” (โดยไม่ตั้งใจ) CPI ไม่ได้โกหกเพราะรัฐเลว แต่โกหกเพราะ มันถูกออกแบบมาเพื่อเสถียรภาพนโยบาย ไม่ใช่ชีวิตจริง CPI: • เฉลี่ยตะกร้าทั้งประเทศ • ลดน้ำหนักสินค้าที่ราคาขึ้นเร็ว • ไม่รวมราคาทรัพย์สิน • ใช้ hedonic adjustment (คุณภาพดีขึ้น = ราคาลด) ผลคือ: เงินเฟ้อ “เชิงนโยบาย” ต่ำ เงินเฟ้อ “เชิงชีวิตจริง” สูง งานวิจัยเรียกสิ่งนี้ว่า Inflation inequality (Crystal & Schnabel, ECB; Kaplan et al., 2018) คนรายได้น้อย–กลาง เจอเงินเฟ้อสูงกว่าคนรวย โดยโครงสร้าง ⸻ 11. ภาพลวงตา “ทองขึ้นแรง” กับความจริงที่น่ากลัวกว่า สิ่งที่บทความต้นฉบับพูดถูกมากคือ: ทองไม่ได้ขึ้น เพราะมันดีขึ้น แต่มันขึ้น เพราะ “หน่วยวัด” เสื่อมลง ในเชิงการเงิน: • ทองคือ unit of account ทางอ้อม • เงิน fiat คือ claim ต่อรัฐ เมื่อรัฐต้องเลือกระหว่าง: • เสถียรภาพระบบ • มูลค่าเงิน ประวัติศาสตร์บอกชัดว่า รัฐจะเลือก “ระบบ” เสมอ (Reinhart & Sbrancia, Financial Repression) ดังนั้น ทองไม่ได้ “ชนะ” แต่เงิน fiat “แพ้แบบเงียบ” ⸻ 12. หนี้: จุดที่ narrative ส่วนใหญ่พลาดรุนแรงที่สุด ข้อความต้นฉบับพูดว่า เงินเฟ้อทำลายหนี้ → โอกาสล้างหนี้ นี่ ถูกครึ่งเดียว และอันตรายอีกครึ่งหนึ่ง จริง: • เงินเฟ้อช่วยลด real value ของหนี้เก่า • เอื้อผู้กู้รายใหญ่ • เอื้อรัฐ แต่ความจริงที่ไม่พูดคือ: • หนี้ใหม่ → ดอกเบี้ยสูงกว่า • credit standard ตึง • คนตัวเล็ก refinance ไม่ได้ ผลลัพธ์คือ: Debt stratification (IMF Global Financial Stability Report) คนที่ “รอด” คือ: • เข้าถึงเครดิตต้นทุนต่ำ • มีสินทรัพย์ • มี cash flow เสถียร คนที่ “พัง” คือ: • รายได้คงที่ • หนี้ลอยตัว • ไม่มีสินทรัพย์ hedge เงินเฟ้อ ⸻ 13. ทำไม “ชนชั้นกลาง” คือเหยื่อหลักของรอบนี้ เงินเฟ้อรอบนี้ ไม่ฆ่าคนจนทันที เพราะรัฐช่วยบางส่วน ไม่ฆ่าคนรวย เพราะเขามี asset inflation แต่ฆ่า: ชนชั้นกลางที่พึ่งรายได้แรงงาน + เงินออม งานวิจัยเรียกว่า The middle-class squeeze (OECD, World Inequality Database) นี่คือเหตุผลที่: • เงินเดือน 100,000 วันนี้ “ไม่รู้สึกรวย” • แต่ก็ยัง “ไม่จนพอ” ที่รัฐจะช่วยจริงจัง ⸻ 14. “ระบบการเงินโลกใกล้ตายไหม?” — คำตอบที่ตรงไปตรงมา คำตอบเชิงวิชาการคือ: ไม่ตายแบบระเบิด แต่จะ “เปลี่ยนรูปแบบอย่างเจ็บปวด” ประวัติศาสตร์การเงินไม่เคยจบด้วย apocalypse แต่จบด้วย: • restructuring • financial repression • ภาษีแฝงผ่านเงินเฟ้อ • การเปลี่ยนกติกา (Reinhart & Rogoff; BIS Long-term cycles) สิ่งที่คนมักเรียกว่า “ระบบพัง” ในมุมเศรษฐศาสตร์คือ Wealth transfer ครั้งใหญ่ ⸻ 15. บทสรุป (เชิงวิชาการ ไม่ปลุก ไม่ขายฝัน) สิ่งที่ควร “เข้าใจ” ไม่ใช่ “กลัว”: 1. เงินเฟ้อรอบนี้เป็นเชิงโครงสร้าง 2. CPI ต่ำ ≠ ชีวิตดีขึ้น 3. ทองสะท้อน real rate ไม่ใช่เวทมนตร์ 4. เงินเดือนเดิม ≠ ฐานะเดิม 5. หนี้เป็นทั้งอาวุธและกับดัก 6. ความรู้ทางการเงิน = ตัวแบ่งชนชั้นใหม่ และประโยคเดียวที่ควรจำ: ในโลกเงินเฟ้อ การไม่เข้าใจระบบ = ต้นทุนที่แพงที่สุด #Siamstr #nostr #bitcoin #BTC

Replies (0)

No replies yet. Be the first to leave a comment!