image ชายคนนี้โดน "สุ่มจ้าง" ให้แต่งตัวประหลาดมาถือป้ายกลางแยก ค่าจ้างตั้ง 32 #Bitcoin !!! 💰🔥 ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน... แถม "รวย" เลยด้วยซ้ำ !!! ณ เว็บไซต์ Bitcoin Blogger มีชายคนหนึ่งได้ทำการ "สุ่มจ้าง" คนที่ไม่รู้จักบนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เขา "แต่งตัวประหลาด" (แบบในภาพเลยสหาย) เพื่อให้ไปยืนถือป้ายที่เขียนว่า "หยุดยั้ง FED ! ใช้ Bitcoin !!!" ท่ามกลางทางแยกที่มีผู้คนพลุกพล่านสัญจรเต็มไปหมด 🤣 แล้วคนรับงานก็ของแทร่ !!! พี่แกทำจริง ! ใจพี่แกโคตรได้... แต่ก็แลกมากับค่าจ้าง 32 #BTC ก็ถือว่าคุ้มสุด ๆ !!! (ถ้าพี่แกยังถืออยู่อะนะ ???) 💪 ที่ว่าคุ้มเพราะมองผ่านมุมมองของวันนี้ แต่ย้อนกลับไปในสมัยนั้นที่เหตตุการณ์นี้เกิดขึ้น ถือว่าค่าจ้างพี่แกน้อยนิดมากเลยนะสหาย 32 BTC ถือว่ามีมูลค่าเล็กน้อยมาก ๆ เพราะตอนนั้นเป็นตอนปี 2011 📅 แต่... แม้ตอนนั้นมันจะแทบดูไม่มีมูลค่า พี่แกก็ยังกล้ารับงานนี้และยอมทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อ Bitcoin คงไม่ใช่เพราะบ้าบิ่น แต่เพราะ "เข้าใจ Bitcoin ดี" ทำไมข้าถึงรู้เรื่องนี้ ? พี่แกไม่ได้บอกหรอก แต่ไปฟังเรื่องเล่าของพี่แกกันจะได้เข้าใจ 🗣 พี่แกเล่าว่าตอนแรกพี่แกจะออกไปยืนชูป้ายตามที่ถูกจ้างมานั่นแหละ แต่ดันติดฝน ก็เลยเลื่อนงานจ้างออกไปก่อน แต่โชคร้ายเพราะถัดมาอีกวันก็ฝนตกอีก แต่ถึงจะต้องตากฝนก็ช่างเพราะพี่แกจะต้องรีบทำงานนี้ให้เสร็จได้แล้ว พี่แกไปยืนตากฝนกลางแยกการค้าที่มีคนเดินซื้อของกันไปมาคึกครื้น ตั้งใจยืนตรงจุดที่เด่นที่สุด พร้อมใส่เครื่องหัวอลังการ (แม้แต่ตัวพี่แกยังบอกเลยว่ามันดูประหลาด) 🤡 พี่แกยืนถือป้ายแช่อยู่กลางแยกนั้นนานถึง 15 นาที ! ผู้คนที่เดินผ่านก็พากันจ้องมองพี่แกเยอะมาก และมี 4 คนเดินเข้ามาถามพี่แกเกี่ยวกับ Bitcoin ชายคนนี้บอกให้พวกเขาไปอ่านเอาเองในเว็บบิทคอยน์ดอทโออาร์จี (เว็บในตำนาน ที่ไม่รู้ตอนนี้เข้าไปจะยังโอเคไหม55555) ที่น่าสนใจคือ 3 คนในกลุ่มนั้นเป็นนักเรียนเศรษฐศาสตร์ พี่แกเลยแอบแซวว่าเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดจาก FED นั่นแหละ55555 กับมีสาว ๆ มาขอถ่ายรูปด้วยอีก 2 คน อั๊ยย่ะ ! หวานเจี๊ยบบ... 😋 หลังยืนนานถึง 15 นาที พี่แกไม่คิดจะเลิก แต่เปลี่ยนจากยืนเป็นนั่งให้ดูเหมือนคนขอทาน และเปลี่ยนป้ายเป็นคำว่า "ไม่มีงานทำครับ ขอทำงานแลก Bitcoin" อย่างปั่น !!! น่าเสียดายที่ภาพตอนนั่งถือป้ายอันหลังสุดนี้เป็นเพียงเรื่องเล่า ไม่ได้ถ่ายภาพติดมาเพราะโดน รปภ. ที่รักษาความปลอดภัยให้ร้านค้าแถวนั้นไล่กระเจิงเสียก่อน ก็เล่นไปยืนขวางหน้าร้านเขาตั้งนานนิ จะรั่ว !!! 55555 😜 👉 เลขกระเป๋าของพี่แกคือเลขนี้: 15Qvts3L2ML538ybH3xP9hKrM282QS6NSL เอาไปตรวจสอบ On-chain กันขำ ๆ ได้นะสหาย... ว่ายังมีใครโอนเข้าไปอยู่ไหม มีงานจ้างเพิ่มเปล่า ? ส่วนตัวข้าคงไม่ไปส่องอะ ขี้เกียจ แต่ขอระลึกถึงเรื่องราวสนุก ๆ นี้ เพราะวันนี้และเดือนนี้ก็ดันเป็นวันครบรอบ "15 ปี" ของเหตุการณ์ดังกล่าวพอดี (เรื่องเกิด 6 ม.ค. 2011 หมายถึงเรื่องนี้ถูกเล่าผ่านเว็บบล็อกวันนี้อะนะ) หวังว่าจะอ่านแล้วอมยิ้มกันนะ ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
image ครบรอบ 17 ปี กำเนิด "Block 0" บล็อกที่เครือข่าย #Bitcoin เริ่มทำงานมาจนวันนี้ 🙏 วันนี้ เดือนนี้ (3 ม.ค.) แต่เป็นเมื่อปี 2009 บล็อกแรกสุดของเครือข่าย Bitcoin ได้ถือกำเนิดขึ้น ⏹ ซาโตชิ นากาโมโตะ เป็นผู้ขุด Bitcoin ในบล็อกแรกเริ่มของเครือข่าย ซึ่งมักถูกเรียกว่า "Genesis Block" ⛏ เหตุการณ์นี้นับเป็นจุดเริ่มต้นที่เครือข่ายบล็อกเชนของ Bitcoin เริ่มทำงานเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ! 💪 Genesis Block คือบล็อกแรกสุดของเครือข่ายบล็อกเชน จะนับเป็น "บล็อกต้นกำเนิด" ก็ว่าได้ ซึ่งกรณีพิเศษของบล็อกนี้คือ... มันจะไม่มีการอ้างอิงถึงบล็อกก่อนหน้า (ก็เพราะไม่มีบล็อกก่อนหน้า ตัวมันเองคือบล็อกแรก55555) เนื่องจากเป็นบล็อกที่ไม่มีแม้แต่ธุรกรรมข้างใน จึงยังไม่สมควรแม้แต่จะนับเป็น Block 1 ด้วยเหตุนี้เราจึงเรียกบล็อกต้นกำเนิดนี้กันอีกชื่อว่า "Block 0" 🧬 แต่ที่สำคัญคือ Block Subsidy ทั้งหมดที่ผลิตขึ้นในบล็อกนี้ จะ "ไม่สามารถนำไปใช้จ่ายได้" คำว่า "Block Subsidy" เรียกง่าย ๆ ก็คือเงินรางวัลที่คอยหล่อเลี้ยงนักขุดที่คอยทำหน้าที่ปิดบล็อกให้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าซาโตชิที่เป็นคนปิดบล็อกนี้ก็ไม่สามารถนำ Bitcoin ที่ได้จากการขุดบล็อกนี้ไปใช้จ่ายที่ไหนได้ทั้งนั้น ❌ ยุคสมัยนั้นยังไม่มีการ Halving เกิดขึ้น ใครขุดและปิดบล็อกได้ก็จะได้รางวัล 50 BTC ไปเลยเต็ม ๆ บวกกับค่าธรรมเนียมธุรกรรมในบล็อกนั้น ๆ ไปอีกต่างหาก เว้นแค่ Genesis Block ที่ไม่มีการทำธุรกรรมมาก่อนหน้า จึงไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ ในบล็อกเลย มีแค่รางวัล 50 BTC เพียว ๆ ในบล็อก (แถมตามเงื่อนไขข้างต้นคือเอาไปใช้ไม่ได้อีกต่างหาก55555) ✍ สิ่งที่คนมักพูดถึงเกี่ยวกับบล็อกนี้ คือ ข้อความในบล็อกที่เป็นพาดหัวบทความหนังสือพิมพ์ของ The Times ที่เขียนเอาไว้ว่า: "The Times 03/Jan/2009 Chancellor on brink of second bailout for banks." (หนังสือพิมพ์ The Times 3 มกราคม 2009 รัฐมนตรีเตรียมให้เงินช่วยเหลือธนาคารต่าง ๆ ครั้งที่สอง) เป็นข้อความถึงการตระหนักถึงพิษภัยของเงินเฟ้อที่กำลังจะเกิดขึ้นจากการทำงานของรัฐ 📌 อีกความพิเศษของบล็อกนี้ คือ "มีคนโอน #BTC เข้าไปเรื่อย ๆ" เป็นวัฒนธรรมอีกอย่างที่เห็นกันประจำ บ้างก็เพื่อขอบคุณซาโตชิที่สร้างเงินที่ดีให้โลก บ้างก็ว่าเพราะอยากลอง "เผาเหรียญ" ให้ Supply มันหายไป เป็นการคืนกำไรแก่ทุกคนในเครือข่าย บ้างก็พูดเล่นขำ ๆ ก็มี เช่น เผื่อซาโตชิลุกมาแจกแอร์ดรอป5555555 🤣 "กระเป๋าเก็บ Bitcoin" ที่เกิดจาก "Block 0" (Genesis Block) มักโดนเรียกสั้น ๆ ว่า "กระเป๋า 1A1zP" เพราะหมายเลขกระเป๋าเต็ม ๆ มันคือ "1A1zP1eP5QGefi2DMPTfTL5SLmv7DivfNa" ใครอยากรู้ว่าตอนนี้มีคนโอนเข้าไปเท่าไรแล้วก็ลองเอาเลขไปตรวจสอบ On-chain กันดูนะ5555555 👜 และวันนี้ก็เป็นวัน "ครบรอบ 17 ปี" ที่ Genesis Block ได้ถือกำเนิดขึ้น และเครือข่าย Bitcoin ได้เริ่มทำงานมาจนถึงทุกวันนี้ !!! 🎉 หวังว่าจะอ่านสนุกกันนะสหาย ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
image พ่อรวยสอนลูก Robert Kiyosaki โพสต์ยาวส่งท้ายปี เรื่อง ทองคำ แร่เงิน และ #Bitcoin 🤩 เดี๋ยวแปะต้นโพสต์ให้นะสหาย แต่มันยาวมาก ! และเป็นภาษาอังกฤษล้วนด้วย (ก็ถ้าโรเบิร์ตพิมพ์ไทยสิแปลก55555) โพสต์นี้ข้าก็เลยมาแปลข้อความสุดยาวส่งท้ายปีของพี่แกให้ฟังนะ เป็นมุมมองเกี่ยวกับ "ทองคำ แร่เงิน และ #BTC" ซึ่งอ่านแล้วมันน่าสนใจและมีประเด็นให้คุยกันเต็มไปหมดเลยล่ะ... 👀 ==================== ทองคำ แร่เงิน และ Bitcoin: จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่เหลืออะไรให้ซื้อแล้ว ผู้คนเฝ้าตั้งคำถามผิด ๆ ชอบถามว่า “ทองคำราคาเท่าไหร่แล้ว ?” “แร่เงินราคาเท่าไหร่แล้ว ?” “Bitcoin ราคาเท่าไหร่แล้ว ?” เป็นวิธีคิดแบบมือสมัครเล่น คำถามที่แท้จริงคือ: จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่เหลืออะไรให้ซื้อแล้ว ? เพราะในตอนจบของทุกวัฏจักรการเงิน ราคาจะไม่สำคัญอีกต่อไป ยังมีของให้ซื้อได้ไหมต่างหาก ผมศึกษาเรื่องเงินมาหลายสิบปี ผมผ่านช่วงเงินเฟ้อ วิกฤต ฟองสบู่ และช่วงที่รัฐพิมพ์เงินมาอุ้มเศรษฐกิจ และประวัติศาสตร์ก็วนซ้ำแบบเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อความเชื่อมั่นในเงินกระดาษพังทลาย ผู้คนจะไม่ถามว่า “ราคามันถูกแค่ไหน ?” แต่จะถามว่า “ยังหาซื้อมันได้หรือเปล่า ?” ซึ่งเป็นช่วงที่สายไปแล้วสำหรับคนส่วนใหญ่ นี่คือสิ่งที่พ่อรวยสอนผม: เงินหาใช่สิ่งที่รัฐบาลบอกว่าเป็นเงิน เงินคือสิ่งที่ผู้คนยอมรับ ยามที่ไม่มีใครเชื่อในคำมั่นสัญญาอีกต่อไป ทองคำและแร่เงินผ่านพ้นทุกจักรวรรดิมาได้เพราะไม่ต้องเชื่อถือใครอื่น ไม่มีต้องมีคู่สัญญา ไม่ต้องมีคำมั่น ไม่ต้องพึ่งธนาคารกลาง Bitcoin ก็มีตัวตนอยู่ด้วยเหตุผลเดียวกัน ไม่ใช่เพราะมันสมบูรณ์แบบ แต่เพราะมันอยู่นอกระบบ ผมจึงไม่มานั่งเถียงเรื่องทองคำกับ Bitcoin ผมถือทั้งคู่ ผมไม่เลือกปฏิบัติกับสิ่งใดก็ตามที่ช่วยปกป้องผมจากเงินปลอม ๆ คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้: เราไม่ได้กำลังเห็นราคามันขึ้น เรากำลังเห็นมูลค่าเงินกระดาษมันลง ยามที่ต้องใช้เงินดอลลาร์จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อจะซื้อแร่เงินหรือทองคำปริมาณเท่าเดิม ไม่ได้หมายความว่าพวกแร่มีค่ามัน "แพงขึ้น" แต่หมายความว่าเงินดอลลาร์นั้นมันอ่อนแอลง และนี่คือเรื่องที่ไม่มีใครอยากพูดถึง แร่เงินไม่ได้เป็นแค่เงิน แต่เป็นฝังอยู่ในโครงสร้าง - อยู่ในแผงโซลาร์เซลล์ - อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ - เครื่องมือแพทย์ - ระบบป้องกันภัย - โครงสร้างพื้นฐานของ AI ทองคำส่วนใหญ่นอนอยู่ในห้องนิรภัย แต่แร่เงินถูกใช้งานจริง เมื่อใช้แล้ว ก็หมดไป ตอนของมันขาดจึงมีผลกว่ากราฟราคา และตอนนี้รัฐบาลต่าง ๆ เริ่มตื่นแล้ว เมื่อประเทศต่าง ๆ เริ่มกักตุนโลหะมีค่า เมื่อมีการจำกัดการส่งออก เมื่อธนาคารกลางเทขายพันธบัตรเพื่อมาซื้อทองคำ นั่นไม่ใช่การเก็งกำไร มันคือการเอาตัวรอด Bitcoin นั้นต่างออกไป มันพกพาได้ ไร้พรมแดน มีจำนวนจำกัด สิ่งนี้เกิดขึ้นในยามผู้คนต่างพูดว่า “ไม่อยากเชื่อรัฐบาลอีกแล้ว” แต่ความจริงอันโหดร้ายที่นักลงทุนส่วนใหญ่มองไม่เห็นคือ: เมื่อความตื่นตระหนกมาเยือน คุณไม่ได้ไปซื้อสินทรัพย์ตอนนั้น คุณต้องมีมันอยู่แล้ว เพราะในวิกฤตจริง ๆ สิ่งที่จะหยุดหยุดชะงักก่อนไม่ใช่ตลาด มันคือของในตลาด ผมเลยพูดมาตลอดว่า: คนเก็บออมคือผู้แพ้ ถ้าคุณเก็บออมเงินกระดาษ คุณกำลังเก็บสิ่งที่รัฐบาลสามารถสร้างได้ไม่จำกัด ทองคำพิมพ์เพิ่มไม่ได้ แร่เงินพิมพ์เพิ่มไม่ได้ Bitcoin พิมพ์เพิ่มไม่ได้ นั่นแหละประเด็น เพราะงั้นอนาคตไม่ใช่ว่าสินทรัพย์ตัวไหนจะราคาขึ้นมากที่สุด แต่สินทรัพย์ไหนจะยังคงอยู่ตอนที่ความเชื่อมั่นหายไปต่างหาก เพราะเมื่อไม่มีอะไรเหลือให้ซื้ออีกแล้ว… ราคาจะไม่สำคัญอีกต่อไป การมีของอยู่ในมือต่างหากที่สำคัญ ==================== อ่านจบแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างสหาย ? ใครเห็นตรงหรือเห็นต่างยังไงก็ลองมาแลกเปลี่ยนกัน... สวัสดีปีใหม่นะ ! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
image หน่วยวัดไหนกันนะที่ผันผวน ? 🧙‍♂️ #BTC #Bitcoin #พ่อมดคริปโต #siamstr
image อมยิ้มรสนมจากเต้า ! หรือจะเรียกว่า "ลูกอมนมแม่" ก็ได้นะน้องหนู ซื้อมาด้วย #Bitcoin 🤣 สหาย... หากเจ้าเป็นคนชอบลองลูกอมรสชาติแปลก ๆ แถมยังมี Bitcoin เยอะเกินไป ลองเอา #BTC อันแสนมีค่ามาละลายทรัพย์เล่นกับอมยิ้ม Lollyphile ดูไหม ? เพราะอมยิ้มแบรนด์นี้เขาขึ้นชื่อเรื่อง "รสชาติประหลาดไม่เหมือนใคร" 🍭 Lollyphile เริ่มต้นบริษัทด้วยการผลิตอมยิ้มรสไวน์, เบียร์, และสุราชนิดต่าง ๆ แถมเห็นชื่อรสชาติอมยิ้มทีนี่จิ๊ดจ๊าดโดนใจ เช่น รสไวน์แดงเมอร์โล, รสเบียร์ IPA (เบียร์ India pale ale ของอินเดีย), และรสเบอร์เบิ้นวิสกี้ อั๊ยย่ะ !!! เห็นแต่ละรสชาติแล้ว... ไม่น่าจะใช่อมยิ้มที่ทำมาให้เด็กอมแล้วแหละสหาย 🍺 แต่ถ้ามองว่ารสชาติเครื่องดื่มมึนเมาพวกนั้นเป็นรสชาติที่แปลกของแบรนด์นี้... ผิดมหันต์เลยสหาย !!! มันเป็นรสชาติที่ธรรมดาที่สุดแล้วต่างหาก เพราะพวกเจ้ากำลังจะได้เจอ... อมยิ้มรสเบคอนที่เคลือบด้วยน้ำเชื่อมเมเปิ้ล (maple bacon), รสเบคอนช็อคโกแลต, รสบลูชีส, รวมไปถึงรสวาซาบิและขิง 🤪 แต่ความจริง... รสชาติสำหรับเด็กก็มีนะ แค่น่าจะต้องเด็กมากเลย เพราะหนึ่งในรสที่แปลกที่สุดที่เป็นรสยอดฮิตบนหน้าเว็บไซต์ของบริษัทเสียด้วย ก็คือ... รส "นมจากเต้า" ใช่แล้วสหาย มันคืออมยิ้มย้อนวันวาน ที่จะทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ดูดนมแม่อีกครั้ง 🍼 แล้วไอรสนมจากเต้าที่ว่า... ครั้งหนึ่งมันเคยโดนเหมายกแพ็ค 1 กล่อง 36 ชิ้น อมกันจนปากเปื่อยจนแทบหย่านมแม่กันเลย แถมยังถูกซื้อด้วย 0.6 Bitcoin !!! ซึ่งสมัยนั้นตก BTC ละ $100 ก็เท่ากับเป็นมูลค่าราว $60 เท่านั้นเอง 🤏 แต่พอเทียบกับสมัยนี้... Bitcoin จำนวนนั้นจะมีมูลค่าราว $54,000 หรือประมาณ 1.7 ล้านบาทไทยเลยนะสหาย !!! แลกกับอมยิ้มรสนมจากเต้า 36 เม็ด !!! ป่านนี้คนซื้อรู้สึกยังไงบ้างนะ ? 💸 ก่อนจบขอย้ำคำเดิมสหาย การจะใช้จ่าย Bitcoin ไปกับอะไรนั้นไม่ใช่เรื่องผิด ส่วนตัวข้านับถือคนกล้าใช้ในฐานะส่วนเล็ก ๆ ที่ผลักดันการเกิด Adoption อยู่เสมอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารอยเท้าทางประวัติศาสตร์ของใครบางคนในวันนั้น ก็อาจกลายเป็นเรื่องให้เล่าสู่คนฟังและตลกขบขันไปจนถึงขั้นท้องแข็งกันจนวันนี้ ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
image ทีวีซีรีส์เรื่องแรกของโลก ที่พูดถึง #Bitcoin บทละคร 14 ปีก่อน: "(#BTC) มันคืออนาคต" 🎬🔥 ละครทีวีเรื่องนี้จัดว่า "โด่งดังมาก" ในสมัยก่อน ฉายยาวตั้งแต่ปี 2009 ถึง 2016 (ยิงยาว 7 ปี) ! มีตั้ง 7 ซีซั่น ! ชื่อเรื่อง "The Good Wife" 👏 📽 บทสนทนาตอนหนึ่งในเรื่อง: นางเอก: "ฉันเข้าเน็ตแล้วไปซื้อ Bitcoin มาเมื่อคืน" ตัวละครชาย: "จริงเหรอ มันคืออนาคต" นางเอก: "ไม่รู้สิ ฉันไม่ได้รู้สึกว่ามันจะจริงนะ" ตัวละครชาย: "ความจริงจะเปลี่ยน คอยดู" ตัวละครชายยิ้มให้ จับมือลา และเดินจากไปหล่อ ๆ ซีรีส์ตอนดังกล่าวออกฉายช่วงปลายปี และหลังจากนั้น ในปีถัดไป (2012) ... Bitcoin ก็ถูกซื้อขายกันแถวราคา $3 ก่อนจะพุ่งเป็นจรวด "ราว 3 ล้าน% !" มาสู่ราคาในปัจจุบันที่เราอยู่กันนี้ 🚀 และวันนี้ก็เป็นวันครบรอบ 14 ปีแล้ว ที่ละครตอนดังกล่าวออกฉายพอดี 🎉 แหม่... ไม่รู้ว่าตอนนั้นมีคนที่ดูละคร, นักแสดง, หรือผู้กำกับ ซื้อไว้ไหม ? ถ้าซื้อไว้และยัง HODL มาจนวันนี้ จะถือว่าเป็น "ละครก่อนกาล" เลย ! ของแทร่ !!! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
image กำเนิดคำศัพท์ "HODL" เริ่มจากขี้เมาคนเดียว !!! 🤣 วันนี้ในปี 2013 บนฟอรัม Bitcointalk มีคนเมาคนหนึ่งโพสต์ถึง #Bitcoin โดยอธิบายว่า "ทำไมเขาถึงไม่ขาย แม้ว่าราคาจะร่วง" ถ้าใครเข้าไปอ่านจะเห็นเลยว่า "เมาจริ๊งงง !!!" พิมพ์ผิดพิมพ์ถูก เว้นวรรคมั่วซั่วไปหมด เหมือนคนไม่มีสติแล้วพยายามจะกดคีย์บอร์ดให้ได้ เนื้อหาเท่าที่จับใจความได้คือประมาณว่า: "ตรูพิมพ์หัวข้อนั้นซ้ำสองรอบ เพราะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าพิมพ์ผิด แต่ก็ยังผิดอยู่ดี ช่างแม่งเหอะ แฟนไปบาร์เลสเบี้ยน BTC ก็ดิ่ง" เปิดหัวมาก็ฮาลั่นเลย อะไรเนี่ย ! พี่แกเครียดหรอ ? โกรธแฟน ? เจอวันแย่ ๆ มา ? หรืออะไร๊ ?! 😂 หลังจากระบาย พี่แกก็พิมพ์ต่อ: "ทำไมตรูยังถืออยู่ ? จะบอกให้ เพราะตรูเป็นเทรดเดอร์ห่วย ๆ และตรูรู้ตัวดี ว่าตรูมันห่วย พวกเทรดเดอร์เก่ง ๆ น่ะ มองเห็นจุดสูง-ต่ำปั๊บปุ๊บปั๊บ ปิ๊ดปั๊ดพั๊บวิงว่องวัง ๆ แล้วก็ทำเงินล้านสบาย ๆ ชิลครับพี่ชาย" ซาวด์เอฟเฟ็กต์มาเต็ม !!! อย่างลั่น55555555 😆 "ขณะเดียวกัน พวกใจบางก็... 'โอ้ มันร่วงว่ะ ขายละนะ ฮี่ฮี่ฮี่' แล้วพอพวกเทรดเดอร์เก่ง ๆ มาซื้อกลับ พวกมันก็จะแบบ 'โอ้ยเห็นราคาละเจ็บใจสัส' แต่รู้มั้ย ? ผมไม่ใช่พวกนั้น" เฮ้ย !! เมาจริ๊งง !!! 555 🤣 พิมพ์ออกรสออกชาติจังวะ "เวลาเทรดเดอร์พวกนัั้นซื้อคืน ผมก็ยังอยู่ในตลาดอะค้าบ พวกเอ็งเล่นโกงใครอยู่หรอ พวกนักเทรดรายวันโน่น ไม่ใช่ตรู~!" เฮ้ย ไปทางเก่งซะด้วย 😆 “พวกกระทู้ล่อเป้าพวกนั้นที่พูดว่า ‘โอ้ววว มึงควรขายไปแล้วนะ!’ เชี่ยไร ไม่มีเชี่ยไรควรขายทั้งนั้น ตรูนี่ต้องขายก่อนทุกคนขาย ตรูนี่ต้องซื้อก่อนทุกคนซื้อ แต่รู้ไหม ไม่ใช่ทุกคนจะเก่ง จะเท่ได้เท่าพวกเมิงหรอก" น่าจะไปอ่านกระทู้คนอื่นมา แล้วน่าจะหัวร้อน ขายไม่ทัน ยิ่งอ่านยิ่งขำจังวะ5555 😂 "เมิงจะขายตอนเข้าตลาดหมี ก็ต่อเมื่อมึงเทรดเก่งจริง ไม่ก็กากแต่มโนว่าเก่ง ส่วนคนอื่นระหว่างนั้นเหรอ เขาถือต่อกันโว้ย ในเกมการพนันแบบนี้อะ พวกเทรดเดอร์จะมาเอา เงินไปจากเมิงได้ ก็แค่... ต่อเมื่อเมิงยอมขายเองไง" ไอดอล ขวัญใจสายถือยาว เอาเรื่องจัดอะพี่ชาย555 🤣 "เอาล่ะ ตรูเพิ่งดกวิสกี้ไป เอาจริงบนขวดสะกดว่า whisky ช่างมันเถอะ ฟ้องตรูเลย (แต่ต้องจ่ายค่าปรับเป็น #BTC ได้นะ)" โห พี่ชาย... โดนไปกี่ขวดวะเนี่ย ! โดยกระทู้ทั้งหมดที่เล่ามานั้น... ใช้ชื่อหัวข้อว่า "I AM HODLING" น่าจะเมาแล้วพิมพ์สลับกันแหละ จากคำว่า HOLD (ที่แปลว่า "ถือ") เลยเขียนเป็น "HODL" เฉยเลย และกลายเป็นตำนานเล่าขานกันมา คำนี้เลยไวรัลและใช้กันมายาวนาน จนทุกวันนี้ก็ยังใช้กันอยู่เลย !!! 🤣 และวันนี้ก็ "ครบรอบ 12 ปี" แล้ว ! (กระทู้โพสต์วันที่ 18 ธ.ค. 2013) ถือเป็นวันกำเนิดคำว่า "HODL" ! ก็พี่ชายคนเมาคนนี้แหละสหาย... ที่เมาพิมพ์ผิดแล้วเกิดเป็นคำนี้... เอ้า !!! ชาบู !!! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
image COLDCARD อุปกรณ์ hardware wallet ที่ออกแบบมาเพื่อ #Bitcoin โดยเฉพาะ เน้นความปลอดภัย สามารถทำธุรกรรม #BTC แบบ "Air-gapped" ได้ (คืออุปกรณ์ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยซ้ำ) 💳 วันนี้ เป็นวันครบรอบ 8 ปี ที่ Coldcard ได้เปิดตัวออกสู่ตลาด ! โดยได้เปิดตัววันแรก วันที่ 14 ธ.ค. 2017 !!! 👏 ไหนใครเคยลองใช้งานกันดูแล้วบ้างสหาย ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
image ครบรอบ 15 ปี "วัน La Fuga" การจากไป พร้อม "คำเตือนสุดท้าย" ของซาโตชิ 👤 📌 เรื่องราวในตำนาน ก่อนคำเตือนครั้งสุดท้าย: หลังจากประกาศชัดเจนเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2011 แล้วว่า "จะย้ายไปทำอย่างอื่น" การปรากฏตัวของ Satoshi ก็ค่อย ๆ เลือนหายไปเหมือนเงาที่ถอยลับจากฉากหลังของโลกดิจิทัล แน่นอน... เขาไม่ได้หายวับไปทีเดียว เขายังคงมาพิมพ์ตอบคำถามในฟอรัมบ้างบางครั้ง ตอบพวกคำถามเฉพาะทาง แต่เขาก็แทบไม่โผล่ในห้องแชทอีกเลย และจำกัดการสื่อสารไว้เฉพาะกับ Gavin และนักพัฒนาจำนวนไม่มากนักผ่านอีเมลที่เริ่มห่างหายเป็นช่วง ๆ ในปลายปีนั้นเกิดสิ่งเล็ก ๆ อย่างหนึ่งซึ่งกลายเป็นสัญญาณใหญ่... เมื่อ Satoshi ถาม Gavin ว่าควรนำอีเมลของเขาไปใส่บนหน้าเว็บไซต์ #Bitcoin เพื่อเป็นช่องทางติดต่อหรือไม่ แต่ไม่นานนัก Gavin ก็พบว่าอีเมลเดิมของ Satoshi หายไปจากระบบราวกับถูกดึงออกอย่างตั้งใจ และในวันนี้ เดือนนี้ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว (13 ธ.ค. 2010) คือช่วงเวลาที่โลกได้เห็นข้อความสาธารณะจากเขาเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งข้อความดังกล่าวแลดูต่างไปจากทุกที เพราะมันไม่ใช่การประกาศกร้าวว่า Bitcoin จะมาเปลี่ยนโลกแต่อย่างใด ไม่ได้ดูยิ่งใหญ่เหมือนทุกที... แต่ข้อความสุดท้ายดันเป็นเพียงการประกาศเปิดตัวซอฟต์แวร์ Bitcoin เวอร์ชัน 0.3.19 เท่านั้น พร้อมกับคำเตือนสุดท้ายก็ก่อนจะหายไปตลอดกาล “ยังมีวิธีโจมตี Bitcoin อีกหลายทาง กว่าที่ฉันจะนับได้” หลังจากข้อความสุดท้ายนั้น... ก็ไม่มีใครได้เห็น Satoshi อีกเลย... ทุกสิ่งก็เงียบลง แต่โลกกลับไม่หยุดตามหาเขา ชุมชนในห้องแชทเริ่มผสมผสานเบาะแสเล็ก ๆ น้อย ๆ เข้าด้วยกันเพื่อพยายามตั้งข้อสงสัยว่าใครคือ Satoshi แต่ทั้งหมดก็ล้วนเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน และบุคคลนิรนามผุ้สร้าง Bitcoin ก็ได้หายไปจากโลกออนไลน์ตลอดการนับแต่นั้นมา 👀 ตึงเปรี๊ยะ !!! นั่นก็คือเรื่องราวในตำนานของ Satoshi Nakamoto นะสหาย ก่อนเขาจะหายไปตลอดกาล เป็นข้อความสุุดท้าย ที่สุดท้ายจริง ๆ ไม่ได้บอกลา (เพราะบอกไว้ก่อนนานแล้ว) แต่มาอัพเดทซอฟต์แวร์ กับคำเตือนแสนเรียบง่ายก่อนจะจากไปเท่านั้นเอง 👏 ทุกวันนี้เครือข่าย #BTC มันเติบโตขึ้นมาก แข็งแกร่งเกินกว่าผู้มีอำนาจใดจะมาโจมตีตามอำเภอใจอย่างง่ายดายได้แล้ว มันมาไกลมาก ๆ กลายเป็นเรื่องราวระดับโลกอยู่จนทุกวันนี้เลยแหละ ถ้าพี่แกยังอยู่คงจะภูมิใจนะ 💪 เหมือนในหนังเลยเนอะ !!! อย่างกับในฉากภาพยนตร์ ! และวันนี้ก็เป็นวันครบรอบ 15 ปี "ข้อความสุดท้ายจาก Satoshi Nakamoto" ถูกตั้งชื่อว่า "วัน La Fuga" (มาจากภาษาสเปน/อิตาลี) แปลว่า "การหายตัวไป" โดยน่าจะใช้คำนี้ให้มันเข้ากับบรรยากาศเหมือนในหนังนั่นแหละ คำมันฟังดูเป็น Chapter บทละครดี สุขสันต์วัน La Fuga นะสหาย 🙏 📝 ปล. บางเว็บไซต์อาจระบุว่าเป็นวันที่ 12 ธ.ค. 2010 แต่ถ้าว่ากันตามเวลาบ้านเรา มันเลยเที่ยงคืน เลยนับเป็นวันที่ 13 ธ.ค. 2010 แล้ว ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr
image ครบรอบ 17 ปี วันกำเนิด #Bitcoin Mailing List !!! 💬 ผู้สร้าง #BTC ซาโตชิ นากาโมโตะ ได้เริ่มต้น Bitcoin Mailing List บนเว็บ SourceForge พร้อมกับข้อความต้อนรับสั้น ๆ ว่า: “Welcome to the Bitcoin mailing list!” (ยินดีต้อนรับสู่ Bitcoin Mailing List !) 📩 Mailing list คือ การรวมรายชื่ออีเมลสำหรับส่งข้อความหา "สมาชิกหลายคนพร้อมกัน” คล้าย ๆ เป็นแชทกลุ่มฉบับอีเมลนั่นแหละสหาย คือเป็นการคุยอีเมลที่แยกเธรดได้แบบฟอรัม อะไรแบบนั้น 💪 และ Mailing List ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น "Bitcoin Mailing List" นี้ก็ได้เป็นศูนย์กลางสื่อสารแรก ๆ ของเหล่านักพัฒนาและผู้ที่สนใจใน Bitcoin 🗓️ อย่าสับสนไทม์ไลน์นะสหาย... ซาโตชิ ส่ง "Bitcoin White Paper" ให้เหล่า Mailing List วันที่ 31 ต.ค. 2008 แต่นั่นเป็น Cryptography Mailing List คือกลุ่ม Mailing List ของคนที่สนใจเทคโนโลยีศาสตร์การเข้ารหัส Cryptography เท่านั้น แต่ Mailing List ที่เกิดขึ้นภายหลังในวันนี้ 10 ธ.ค. 2008 คือ Bitcoin Mailing List เป็น Mailing List เกิดใหม่ที่ว่ากันด้วยเรื่องของ Bitcoin โดยเฉพาะ ✍️ 👉 ต่อมา... เมื่อเครือข่าย Bitcoin เริ่มเติบโตและชุมชนต้องการพื้นที่ที่รองรับการสนทนาทางเทคนิคได้มากขึ้น Mailing List เดิมจึงค่อย ๆ พัฒนาและถูกย้ายมาอยู่บน Google Groups แทน กลายมาเป็น Bitcoin Development Mailing List ที่หลายคนอาจรู้จักกันอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง !!! 🎉 สุขสันต์วัน "The Bitcoin Mailing List Begins" นะสหาย !!! ว๊าาาฮ่า ๆ ๆ ๆ !!! 🧙‍♂️ #พ่อมดคริปโต #siamstr