Thread

image ก่อนสิ่งเร้าไม่เคยว่างเปล่า Pre-stimulus activity, Alpha dynamics และโครงสร้างเชิงเวลา ของเนื้อหาจิตสำนึก ⸻ 1. ปัญหาพื้นฐานของ NCC: เรามอง “ช้าไป” มาตลอด การศึกษาความสัมพันธ์เชิงประสาทของจิตสำนึก (Neural Correlates of Consciousness; NCCs) แบบคลาสสิก มักโฟกัสไปที่ กิจกรรมสมองหลังสิ่งเร้า (post-stimulus) เช่น N100, VAN, P3b, late positive potential หรือดัชนีความซับซ้อนของกิจกรรมใน posterior / prefrontal cortex โดยสมมติว่า “เนื้อหาจิตสำนึก” เกิดขึ้น หลังสิ่งเร้าเข้ามาแล้ว (NCC tradition; Koch et al., 2016) ปัญหาคือ แนวทางนี้ ละเลยกิจกรรมสมองที่ดำเนินอยู่ก่อนสิ่งเร้า ทั้งที่สมองไม่เคยอยู่ในสถานะศูนย์ และมีหลักฐานสะสมมากขึ้นว่า กิจกรรมก่อนสิ่งเร้า (pre-stimulus activity) มีอิทธิพลโดยตรงต่อ สิ่งที่เรารับรู้ ไม่ใช่แค่ ว่าจะรับรู้หรือไม่ (Northoff, 2014; Sadaghiani & Kleinschmidt, 2013) ⸻ 2. จาก “ผลรวมเชิงเส้น” สู่ “ปฏิสัมพันธ์ไม่เชิงบวก” บทความของ Northoff, Zilio และ Zhang (2024) เสนอการเปลี่ยนกรอบสำคัญว่า ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง pre-stimulus และ post-stimulus ไม่ใช่ additive (บวกกันตรง ๆ) แต่เป็น non-additive และมีลักษณะเชิงลบ (negative interaction) โดยเฉพาะในย่านความถี่อัลฟา (alpha band) กล่าวคือ การตอบสนองหลังสิ่งเร้า ไม่ได้เท่ากับ สิ่งเร้า + สมอง แต่เป็น สิ่งเร้า × สถานะไดนามิกของสมองก่อนหน้า (Northoff et al., 2024) ⸻ 3. Alpha band: จาก “idle rhythm” สู่แกนควบคุมเนื้อหาจิตสำนึก เดิมที alpha (≈ 8–12 Hz) ถูกมองว่าเป็นสัญญาณ “สมองพัก” แต่หลักฐานจำนวนมากชี้ว่า alpha คือกลไก gating และ predictive control งานวิจัยจำนวนมากพบว่า alpha pre-stimulus ต่ำ (–300 ถึง 0 ms) สัมพันธ์กับ • การรับรู้ที่ชัด (vividness) • ความมั่นใจ (confidence) • การรับรู้เชิงสำนึก (visual awareness) • ความสามารถในการตรวจจับและจำแนกเนื้อหา (Ergenoglu et al., 2004; Hanslmayr et al., 2007; Iemi et al., 2017; Samaha et al., 2020) กล่าวอย่างเป็นระบบ: alpha ไม่ได้บอกว่า “มีสติหรือไม่” แต่กำหนดว่า สติจะมี เนื้อหาแบบไหน (Northoff et al., 2024) ⸻ 4. Trial-to-Trial Variability (TTV): สมองไม่ทำซ้ำตัวเอง อีกแกนหนึ่งที่บทความเน้นคือ trial-to-trial variability (TTV) ซึ่งสะท้อนว่า การตอบสนองสมองต่อสิ่งเร้าเดียวกัน ไม่เคยเหมือนเดิม 100% โดยทั่วไป: • ก่อนสิ่งเร้า → ความแปรปรวนสูง • หลังสิ่งเร้า → ความแปรปรวนลดลง ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า TTV quenching (Churchland et al., 2010; He & Zempel, 2013) Northoff et al. ชี้ว่า ระดับความแปรปรวน ก่อน สิ่งเร้า เป็นตัวกำหนดว่า post-stimulus TTV จะลดลงมากน้อยแค่ไหน และสัมพันธ์โดยตรงกับ คุณลักษณะเชิงอัตวิสัยของประสบการณ์ เช่น ความมั่นใจและความชัดของการรับรู้ (Northoff et al., 2024) ⸻ 5. Non-additivity ในเชิงไดนามิก: attractor, fractal, และ history-dependence ปฏิสัมพันธ์แบบ non-additive ไม่สามารถอธิบายด้วยโมเดลเชิงเส้น แต่ต้องเข้าใจสมองในฐานะ ระบบไดนามิกไม่เชิงเส้น องค์ประกอบสำคัญที่บทความกล่าวถึง ได้แก่: • Dynamic attractors: สมองมีแนวโน้มไหลกลับสู่รูปแบบกิจกรรมบางชุด • Fractal-oscillatory structure: สัญญาณสมองมี self-similarity ข้ามสเกลเวลา • History dependence: สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ขึ้นกับประวัติก่อนหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (Deco et al., 2013; He, 2014; Northoff, 2018) ผลคือ post-stimulus activity ไม่สามารถตีความโดยตัด pre-stimulus ออกไปได้อีกต่อไป ⸻ 6. จาก “เมื่อไหร่ NCC เกิด” สู่ “ช่วงเวลา NCC” แนวคิด NCC แบบเดิมถามว่า NCC เกิดที่เวลา 100 ms หรือ 300 ms? แต่ Northoff et al. เสนอว่า คำถามที่ถูกต้องกว่าคือ NCC คือ ช่วงเวลา จาก pre → post-stimulus เรียกว่า temporal NCCs ไม่ใช่จุดเดียวในเวลา (Northoff et al., 2024) นี่สอดคล้องกับ Temporo-Spatial Theory of Consciousness (TTC) ที่มองว่าสติเป็นคุณสมบัติของการจัดระเบียบเชิงเวลา-พื้นที่ ของกิจกรรมสมอง ไม่ใช่ event เดี่ยว (Northoff, 2016; Northoff & Huang, 2017) ⸻ 7. Neurophenomenology: เนื้อหาสติคือมุมมอง ไม่ใช่ข้อมูลดิบ ในระดับ neurophenomenal บทความเสนอประเด็นสำคัญมากว่า คุณลักษณะเชิงอัตวิสัยของสติ ถูก “พกพา” จาก pre-stimulus มาสู่ post-stimulus กล่าวคือ ก่อนสิ่งเร้าจะมา สมองได้ตั้ง “กรอบมุมมอง” (subjective point of view) ไว้แล้ว และสิ่งเร้าเพียงปรับแต่งกรอบนั้น ไม่ใช่สร้างใหม่จากศูนย์ (Northoff et al., 2024) นี่ทำให้ “เนื้อหาจิตสำนึก” ไม่ใช่คุณสมบัติของ stimulus แต่เป็นผลของ การปะทะกันระหว่างโลกภายนอกกับโลกภายในที่ดำรงอยู่ก่อนหน้า ⸻ 8. ผลสะเทือนเชิงทฤษฎี: จิตสำนึกไม่ใช่ output แต่เป็น modulation หากยอมรับกรอบนี้ ผลสะเทือนสำคัญคือ: 1. จิตสำนึกไม่ใช่ output ของการประมวลผล 2. สิ่งเร้าไม่ได้ “สร้าง” สติ แต่ “ปรับรูป” สติ 3. สมองคือระบบที่ มีจังหวะภายในเป็นหลัก สิ่งเร้าเป็นเพียง perturbation (Northoff, 2018) ในภาษาทฤษฎี: Consciousness is modulation-based, not stimulus-driven. ⸻ 9. บทสรุปเชิงโครงสร้าง งานของ Northoff et al. (2024) ไม่ใช่แค่ review เชิงข้อมูล แต่คือการ ย้ายจุดศูนย์กลางของทฤษฎีสติ จาก: • post-stimulus • event-based • additive causation ไปสู่: • pre-to-post temporal dynamics • state-dependent consciousness • non-additive, history-dependent mechanisms และประโยคที่สรุปทั้งบทความได้ดีที่สุดคือ: สมองไม่ได้รอโลกมากระตุ้น แต่โลกเข้ามาแทรกในจังหวะที่สมองมีอยู่แล้ว (Northoff et al., 2024) ⸻ จาก Pre-stimulus Activity สู่โครงสร้างเชิงเวลา–เชิงอัตวิสัยของจิตสำนึก (Beyond NCC → Toward a Temporal Ontology of Consciousness) ⸻ 10. ข้อจำกัดเชิงลึกของ NCC แบบดั้งเดิม: ปัญหา “เหตุ–ผลย้อนกลับ” แม้งาน NCC แบบคลาสสิกจะพยายามตอบคำถามว่า อะไรคือ minimal neural event ที่เพียงพอให้เกิดสติ แต่เมื่อพิจารณาผลจาก pre-stimulus activity จะเกิดปัญหาทางเหตุผลทันที: ถ้า • post-stimulus activity ถูกกำหนดบางส่วนโดย pre-stimulus • และ pre-stimulus มีโครงสร้างเชิงอัตวิสัย (subjective bias) แล้ว NCC ยังเป็น “สาเหตุ” ของสติ หรือเป็นเพียง “ผลพวง” ของโครงสร้างที่ดำรงอยู่ก่อน? นี่คือสิ่งที่เรียกว่า problem of circular causality in NCC (Northoff, 2014; Hohwy, 2013) ⸻ 11. Non-additivity กับ Predictive Processing: สมองไม่ “ตอบสนอง” แต่ “คาดการณ์” เมื่อเชื่อมงานของ Northoff กับกรอบ Predictive Processing (PP) ภาพจะชัดขึ้นอย่างมาก ใน PP: • สมองคือระบบสร้างการคาดการณ์ล่วงหน้า • สิ่งเร้าคือ prediction error • การรับรู้คือการลด error ไม่ใช่การรับข้อมูลดิบ (Friston, 2010; Clark, 2016) alpha pre-stimulus ต่ำ จึงไม่ได้แปลว่า “สมองว่าง” แต่หมายถึง: precision weighting ของ sensory prediction สูงขึ้น กล่าวคือ สมอง “เปิดรับ” error จากโลกภายนอกมากขึ้น ทำให้เนื้อหาสติ: • ชัด • มั่นใจ • vivid (Samaha et al., 2020; Iemi & Busch, 2018) นี่อธิบายได้ตรงกับผล empirical โดยไม่ต้องสมมติว่า stimulus เป็นผู้สร้างสติ ⸻ 12. TTV และ Free Energy: ทำไมสมองต้อง “ลดความแปรปรวน” ในกรอบ Free Energy Principle (FEP) ความแปรปรวนสูง = ความไม่แน่นอนของแบบจำลองโลก (Friston, 2010) TTV quenching หลังสิ่งเร้า จึงสามารถตีความว่า: สมองกำลัง “collapse” ความไม่แน่นอน เข้าสู่ interpretation หนึ่งของโลก แต่จุดสำคัญจาก Northoff et al. คือ: • ระดับ TTV reduction ขึ้นกับ สภาพก่อนสิ่งเร้า แปลว่า: การตีความโลก ไม่ได้เริ่มตอน stimulus มา แต่เริ่มจาก โครงสร้างความคาดหวังเดิม นี่ทำให้ จิตสำนึก ≠ การคำนวณใหม่ แต่ = การปรับสมดุลของแบบจำลองที่มีอยู่แล้ว ⸻ 13. Neurodynamic Attractors: สติในฐานะเสถียรภาพชั่วคราว เมื่อมองสมองเป็นระบบไดนามิกไม่เชิงเส้น (pre-stimulus state = initial condition) เนื้อหาจิตสำนึกสามารถมองเป็น: metastable attractor ใน phase space ของกิจกรรมสมอง สิ่งเร้า: • ไม่ได้สร้าง attractor ใหม่ • แต่ผลัก trajectory เข้า basin ใด basin หนึ่ง (Deco & Jirsa, 2012; Kelso, 2012) ดังนั้น: • สติไม่ใช่ event • แต่คือ ช่วงเวลาที่ระบบคงตัวพอให้เกิดประสบการณ์ สอดคล้องกับ temporal NCCs ของ Northoff ⸻ 14. Neurophenomenology: “มุมมอง” มาก่อน “เนื้อหา” ผลที่ลึกที่สุดของงานนี้อยู่ที่ระดับ neurophenomenal การที่: • subjective features (confidence, vividness) • ถูก carry-over จาก pre → post-stimulus หมายความว่า: สิ่งที่เรารับรู้ ถูกกรองผ่าน “มุมมองที่มีอยู่แล้ว” นี่สอดคล้องโดยตรงกับแนวคิด phenomenology: • intentionality • horizon of experience (Husserl; Varela, 1996) ในภาษาง่าย: โลกไม่ได้ปรากฏ “อย่างที่มันเป็น” แต่ “อย่างที่สภาพจิตเอื้อให้มันปรากฏ” ⸻ 15. Temporal Ontology of Consciousness: สติคือความต่อเนื่อง ไม่ใช่จุดเวลา เมื่อรวมทุกระดับ: • neurophysiological • neurocomputational • neurodynamic • neurophenomenal ข้อสรุปเชิง ontological คือ: จิตสำนึกเป็นคุณสมบัติของ “โครงสร้างเชิงเวลา” ไม่ใช่ของเหตุการณ์เฉพาะจุด Temporal NCCs จึงไม่ใช่แค่เทคนิคการวัด แต่คือการเปลี่ยนความเข้าใจว่า สติ “ดำรงอยู่” อย่างไรในเวลา (Northoff, 2016; Northoff & Huang, 2017) ⸻ 16. ผลสะเทือนต่อทฤษฎีจิตสำนึกทั้งหมด กรอบนี้สร้างแรงกดดันต่อหลายทฤษฎี: • GNWT: ต้องอธิบาย pre-stimulus bias ให้ได้ • IIT: ต้องจัดการกับ history-dependence • Higher-order theories: ต้องอธิบายว่ามุมมองเกิดเมื่อใด • Pure stimulus-based models: เริ่มไม่พอเพียง งาน Northoff et al. ทำให้ชัดว่า: ไม่มีทฤษฎีใดสามารถอธิบายสติ โดยตัด “เวลาก่อนประสบการณ์” ออกไปได้อีกแล้ว ⸻ 17. บทสรุประดับลึก สิ่งที่บทความปี 2024 ทำสำเร็จคือ: 1. ย้าย NCC จาก “จุดเวลา” → “ช่วงเวลา” 2. ทำให้ pre-stimulus กลายเป็นแกนกลาง 3. แสดงว่าเนื้อหาสติเป็นผลของ non-additive dynamics 4. ผสาน neuroscience กับ phenomenology อย่างเป็นระบบ และประโยคสรุปเชิงปรัชญาคือ: สติไม่เกิดขึ้นในขณะหนึ่ง แต่ไหลต่อเนื่องจากอดีต ผ่านปัจจุบัน สู่การรับรู้โลก #Siamstr #nostr #quantum #neuroscience

Replies (0)

No replies yet. Be the first to leave a comment!