Thread

image 🇻🇮การขาย Bitcoin ของรัฐสหรัฐ: ความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระหว่าง “นโยบายรัฐ” กับ “สัญชาตญาณระบบเก่า” (เศรษฐศาสตร์ – การเมือง – ภูมิรัฐศาสตร์ – จิตวิทยาเชิงลึก) ⸻ บทนำ: เอกสารหนึ่งแผ่นที่เปิดโปง “รอยร้าวของอำนาจ” เอกสาร Asset Liquidation Agreement ของศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ แสดงให้เห็นว่า U.S. Department of Justice (DOJ) และ United States Marshals Service (USMS) ยังคง รับ Bitcoin → แปลงเป็นเงินดอลลาร์ทันที แม้ในช่วงเวลาเดียวกัน จะมี “นโยบายระดับผู้นำ” ว่าด้วย Strategic Bitcoin Reserve นี่ไม่ใช่ข่าวคริปโตธรรมดา แต่มันคือ ภาพสะท้อนการปะทะกันของระบบอำนาจ 2 ยุค ⸻ 1) เศรษฐศาสตร์: ขายของที่ “พิมพ์ไม่ได้” เพื่อถือของที่ “พิมพ์ได้” ในมุมเศรษฐศาสตร์การเงิน: • Bitcoin = สินทรัพย์ hard cap (21 ล้าน) • USD = สินทรัพย์ elastic supply การที่รัฐ: ยึด BTC → ขาย → ถือ USD คือการ: • ลด exposure ต่อสินทรัพย์ขาดแคลน • เพิ่ม exposure ต่อสินทรัพย์เงินเฟ้อ นี่ขัดกับตรรกะ Strategic Reserve โดยตรง เพราะทรัพย์สำรองเชิงยุทธศาสตร์ควรมีคุณสมบัติ: • ไม่เสื่อมค่าตามนโยบาย • เป็น hedge ต่อระบบเดิม ในภาษาง่าย: รัฐกำลัง “แลกทองดิจิทัลกับกระดาษ” ⸻ 2) การเมืองภายใน: นโยบายอยู่ข้างบน แต่ระบบอยู่ข้างล่าง คำถามของ Cynthia Lummis สำคัญมาก: “ทำไมรัฐบาลยังขาย Bitcoin ทั้งที่ประธานาธิบดีสั่งให้เก็บเป็น Strategic Reserve?” คำตอบคือ รัฐไม่ใช่สมองเดียว โครงสร้างอำนาจสหรัฐ: • ฝ่ายบริหาร → วางนโยบาย • หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย → ทำตาม rulebook เดิม • ระบบราชการ → ต่อต้านการเปลี่ยนโดยธรรมชาติ สำหรับ USMS: • Bitcoin = “ของกลาง” • KPI = ปิดคดี, แปลงเป็นเงินสด, ลดความเสี่ยง พวกเขาไม่ได้ถูกออกแบบมาให้คิดเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว ⸻ 3) Geopolitics: Bitcoin กลายเป็นสนามรบอำนาจใหม่ ในระดับภูมิรัฐศาสตร์: • ประเทศคู่แข่งสะสมทอง • บางประเทศเริ่มสะสม Bitcoin • Bitcoin = สินทรัพย์นอกระบบดอลลาร์ การที่สหรัฐ “ขาย” BTC: • ลด leverage ทางภูมิรัฐศาสตร์ • ส่งสัญญาณว่ารัฐยัง ไม่เชื่อมั่นสินทรัพย์นอกการควบคุม ขณะที่ประเทศอื่น: กำลังสะสม “เงินที่ไม่ต้องขออนุญาตใคร” นี่คือ asymmetric risk ระยะยาว ⸻ 4) จิตวิทยาเชิงลึกของรัฐ: ทำไม “ถือไม่ได้” หัวใจของเรื่องไม่ใช่ตัวเลข แต่คือ จิตวิทยาอำนาจ (Power Psychology) Bitcoin ทำให้รัฐ: • ไม่สามารถควบคุม • ไม่สามารถพิมพ์ • ไม่สามารถยึดได้หากไม่มีคีย์ ในระดับจิตไร้สำนึกของระบบราชการ: สิ่งที่คุมไม่ได้ = สิ่งที่ไม่น่าไว้วางใจ ดังนั้น reflex อัตโนมัติคือ: • แปลงเป็น USD • กลับสู่พื้นที่ปลอดภัยของระบบเดิม นี่คือ Loss of Control Anxiety ในระดับรัฐชาติ ⸻ 5) ความย้อนแย้งเชิงโครงสร้าง สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ: • รัฐยึด BTC เพราะมัน มีค่า • แต่รัฐขาย BTC เพราะมัน คุมไม่ได้ นี่คือ paradox ของ Bitcoin: ยิ่งมีคุณค่าเชิงยุทธศาสตร์ ระบบเก่ายิ่งอึดอัดที่จะถือมัน ⸻ 6) ผลต่อ Bitcoin ระยะยาว ในเชิงระบบ: • การขายของรัฐ = supply ระยะสั้น • แต่การ “ยอมรับว่ามันเป็น Strategic Asset” = demand เชิงโครงสร้าง ในเชิงจิตวิทยาตลาด: • ข่าวขาย = volatility • แต่ narrative “รัฐทะเลาะกันเพราะ BTC” = ยืนยันความสำคัญของมัน Bitcoin ไม่ได้แพ้ในเกมนี้ มันกำลังบังคับให้รัฐเปิดเผยความขัดแย้งภายในของตัวเอง ⸻ บทสรุปสุดท้าย เอกสารนี้ไม่ได้บอกว่า: “รัฐไม่เชื่อ Bitcoin” แต่มันบอกว่า: “รัฐยังไม่พร้อมทางจิตวิทยา สำหรับเงินที่ไม่ต้องมีรัฐ” และในระยะยาว ประวัติศาสตร์มักเข้าข้าง สิ่งที่ระบบต้องปรับตัวเข้าหา — ไม่ใช่สิ่งที่ถูกขายทิ้ง ⸻ 7) เศรษฐศาสตร์เชิงประวัติศาสตร์: รัฐมัก “ขายผิดฝั่ง” ในจุดเปลี่ยน หากมองย้อนหลังในประวัติศาสตร์การเงินโลก จะเห็นแพตเทิร์นซ้ำ ๆ • อังกฤษขายทองคำช่วงปลายจักรวรรดิ • สหรัฐยกเลิก gold convertibility ปี 1971 • ประเทศกำลังพัฒนาขายทรัพยากรแลกดอลลาร์ช่วง debt crisis ทุกครั้งมีตรรกะเดียวกัน: รัฐต้องการ “สภาพคล่องระยะสั้น” มากกว่า “อำนาจระยะยาว” การขาย Bitcoin ของรัฐสหรัฐในวันนี้ จึงเข้าข่าย historical misallocation at regime transition ⸻ 8)ทำไมระบบราชการ “ต้องขาย” แม้รู้ว่าไม่ควร ปัญหาไม่ใช่ความโง่ แต่คือ โครงสร้างแรงจูงใจ (Incentive Structure) สำหรับหน่วยงานยึดทรัพย์: • ความสำเร็จ = ปิดคดี • ความเสี่ยง = ถือสินทรัพย์ผันผวน • ความรับผิด = ถ้าราคา BTC ตก ใครรับผิด? ในเชิงทฤษฎีเศรษฐศาสตร์องค์กร: ระบบราชการถูกออกแบบให้ “หลีกเลี่ยงความเสี่ยงส่วนบุคคล” ไม่ใช่ “เพิ่มผลตอบแทนเชิงระบบ” Bitcoin จึงเป็น toxic asset ทางการเมือง แม้จะเป็น strategic asset ทางเศรษฐศาสตร์ ⸻ 9) มุมมองภูมิรัฐศาสตร์เชิงลึก: เงิน = ความสามารถในการ “ไม่เชื่อฟัง” อำนาจของเงินสำรอง ไม่ได้อยู่ที่มูลค่า แต่อยู่ที่ ความสามารถในการไม่เชื่อฟัง (Disobedience Capacity) • ทองคำ → ไม่ขึ้นกับรัฐอื่น • ดอลลาร์ → ขึ้นกับระบบสหรัฐ • Bitcoin → ไม่ขึ้นกับใครเลย รัฐใดถือ Bitcoin มาก: • ไม่ต้องพึ่งระบบชำระเงินโลก • ไม่ต้องกลัว sanction choke point • ไม่ต้องขออนุญาตโอนมูลค่า การขาย BTC ของรัฐผู้นำโลก คือการ ลด optionality ทางอำนาจ ของตนเอง ⸻ 10) จิตวิทยาเชิงอำนาจ: Empire prefers control over optimization ในเชิงจิตวิทยาการเมืองระดับลึก: • จักรวรรดิไม่ล่มเพราะขาดทรัพยากร • แต่ล่มเพราะ ไม่ยอมเสียอำนาจควบคุม Bitcoin บังคับให้รัฐยอมรับว่า: • มี “เงิน” ที่รัฐไม่ใช่ศูนย์กลาง • มี “ความมั่งคั่ง” ที่ไม่ต้องได้รับอนุญาต สำหรับจักรวรรดิ: การถือ Bitcoin = การยอมรับข้อจำกัดของตนเอง และนั่นคือสิ่งที่ยากกว่าการขาดเงิน มันคือ การขาดอัตตา (Loss of Monetary Ego) ⸻ 11) ผลกระทบเชิงระบบ: ใครได้ประโยชน์จริง เมื่อรัฐขาย: • ผู้ซื้อ = เอกชน, กองทุน, ต่างชาติ • อำนาจการถือครอง → กระจายออกจากรัฐ ผลลัพธ์เชิงโครงสร้าง: • Bitcoin ยิ่ง de-sovereignized • ยิ่งเข้าใกล้สถานะ “เงินกลางของโลก” มากขึ้น ในเชิง ironical: การขายของรัฐ คือการช่วยให้ Bitcoin เป็นกลางมากขึ้น ⸻ 12) บทสรุประดับปรัชญาการเมือง เรื่องนี้ไม่ใช่แค่: • DOJ ขาย BTC • หรือหน่วยงานไม่ทำตามนโยบาย แต่มันคือคำถามใหญ่กว่า: รัฐชาติพร้อมหรือยัง สำหรับโลกที่ “เงิน” ไม่ต้องมีรัฐค้ำหลัง? คำตอบจากการกระทำวันนี้คือ: ยังไม่พร้อม แต่ประวัติศาสตร์บอกเราว่า: ระบบที่ไม่พร้อม จะถูกบังคับให้พร้อม โดยความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ ⸻ ประโยคปิด (Key takeaway) รัฐขาย Bitcoin เพราะมันคุมไม่ได้ แต่ Bitcoin แข็งแกร่งขึ้นทุกครั้งที่ถูกขาย #Siamstr #nostr #bitcoin #BTC

Replies (0)

No replies yet. Be the first to leave a comment!