GM and GN ☀️ 🌜 ขอให้เป็นวันที่ดี #siamstr #siamstrog #nostr image
วันนี้อยากจะมาแบ่งปันประสบการณ์ การออม โดยการแบ่งเงินมาออมในบิตคอยน์ทุก ๆ วัน วันละ 108 บาท วันไหนราคาปรับลง เราก็จะได้ บิตคอยน์มากขึ้น วันไหนราคาขึ้น มูลค่าบิตคอยน์ที่เรามีก็เพิ่มขึ้นตาม แต่เราจะซื้อบิตคอยน์ได้น้อยลง ส่วนแหล่งที่ใช้ในการออมก็เป็นกระดานเทรด ทั่วไปที่ได้การรับรองจาก ก.ล.ต. ระหว่างออมไปนั้น ก็ศึกษาการถือบิตคอยน์ด้วยตนเองและการโอนออกอย่างปลอดภัยไปด้วย และแบ่งเงินมาสะสมสำหรับซื้อ hardware wallet ไปด้วย เมื่อเวลาผ่านไป สะสมได้สัก 1 ล้านซาโตชิ หรือประมาณ 30,000 บาท เราค่อยซื้อ hardware wallet ราคาประมาณ 3,000 บาท ก็ถือเป็น 10% ของมูลค่าสินทรัพย์ที่เราต้องการถือด้วยตนเอง... #siamstr #soundmoneyzap #Bitcoin image
🔐 เมื่อไหร่ที่ควรขยับจาก "ฝากเขาไว้" มาเป็น "เก็บเอง"? 📉 รู้จัก "กฎ 10%" กับการถอย Hardware Wallet เครื่องแรก สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่โลกของบิตคอยน์ (Bitcoin) เส้นทางของเรามักเริ่มที่จุดเดียวกันครับ คือเปิดบัญชีกับกระดานเทรด (Exchange) โอนเงิน และกดซื้อเก็บไว้... เพราะมันง่าย สะดวก และเร็ว แต่พอศึกษาลึกขึ้น เราจะเจอกับคำเตือนสุดคลาสสิก: 🚫 "Not your keys, not your coins" (ถ้าคุณไม่ได้ถือคีย์เอง เหรียญนั้นก็ไม่ใช่ของคุณ) นำไปสู่คำถามยอดฮิต: "แล้วเมื่อไหร่ล่ะ? ที่ฉันควรซื้อ Hardware Wallet มาเก็บเอง?" 🎯 จุดเปลี่ยนสำคัญ: กฎ 1 ล้านซาโตชิ (หรือกฎ 10%) การซื้อ Hardware Wallet ไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัย แต่ต้องดู "ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์" ด้วยครับ ถ้าคุณมีบิตคอยน์หลักร้อย การซื้ออุปกรณ์หลักพันมาเก็บย่อมไม่คุ้ม แต่เกณฑ์ที่เซียนออมเหรียญนิยมใช้กันคือ "เมื่อพอร์ตของคุณมีมูลค่า 10 เท่าของราคา Wallet" ลองดูตัวเลขชัดๆ ครับ 📦 Hardware Wallet มาตรฐาน: ~3,000 บาท 💰 เป้าหมายการออม: 1,000,000 Satoshi (0.01 BTC) 📊 มูลค่าสินทรัพย์: ~30,000 บาท (สมมติ) 💡 ทำไมต้องรอก่อน? ถ้าคุณมีเงินในพอร์ตแค่ 5,000 แล้วซื้อ Wallet 3,000 = ต้นทุนความปลอดภัยปาเข้าไป 60% ของพอร์ต! (แพงเกินไป เอาเงินไปซื้อบิตคอยน์เพิ่มดีกว่า) แต่เมื่อคุณสะสมครบ 1 ล้านซาโตชิ (30,000 บาท) ราคา Wallet จะเหลือสัดส่วนแค่ 10% ของพอร์ต... นี่แหละคือ "จุดคุ้มทุน" ที่เหมาะสมที่สุดในการย้ายมาเก็บเองครับ ⏳ ช่วงเวลาทอง: "สะสมไป ศึกษาไป" ระหว่าง DCA หรือทยอยเก็บให้ครบ 1 ล้านซาโตชิ (ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือน) ให้ใช้เวลานี้เป็น "Golden Period สำหรับการเรียนรู้" ⚠️ จำไว้ว่า: การเป็นธนาคารให้ตัวเอง (Be Your Own Bank) "ไม่มี Call Center ให้โทรหาเมื่อทำพลาด" 📚 สิ่งที่ต้องทำระหว่างรอพอร์ตโต: ✅ เข้าใจ Seed Phrase: ทำไม 12/24 คำนี้ถึงสำคัญกว่าตัวเครื่อง? และวิธีจดที่ห้ามถ่ายรูป/ห้ามพิมพ์ใส่คอมฯ เด็ดขาด ✅ ดูรีวิว & วิธีใช้: ดูคลิปสอน Set up, โอนเข้า, โอนออก ให้ชินตา ✅ เข้าใจ Network Fee: รู้จักค่าธรรมเนียม จะได้โอนออกในจังหวะที่ประหยัดที่สุด 🛡️ ข้อแนะนำ: เมื่อได้ของมาแล้ว "อย่าเพิ่งโอนหมดในครั้งเดียว" ให้ลองโอนยอดขั้นต่ำเพื่อเทสต์ความชัวร์ก่อนเสมอครับ 🚀 บทสรุป การมี Hardware Wallet คือก้าวสำคัญสู่ความเป็นอิสระทางการเงิน แต่ "อิสระ" มาพร้อม "ความรับผิดชอบ" ใช้เกณฑ์ "1 ล้านซาโตชิ" เป็นเส้นชัยแรกของคุณ ระหว่างวิ่งไปให้เก็บความรู้ใส่ตัวให้แน่น เมื่อถึงวันที่พร้อมทั้งเงินและความรู้... การย้ายบิตคอยน์มาเก็บเองจะเป็นเรื่องที่ปลอดภัย คุ้มค่า และน่าภูมิใจที่สุดครับ! #soundmoneyzap #siamstr #nostr #Bitcoin #BTC #HardwareWallet #Trezor #CryptoEducation #NotYourKeysNotYourCoins #ออมบิตคอยน์ #มือใหม่บิตคอยน์ image
image รับแสง เพราะว่าฉันสังเคราะห์พลังงานจากแสงธรรมชาติ ในวันที่อากาศเริ่มเย็น เวลาสายลมปะทะตัวจะทำให้เรารู้สึกเย็นลงได้ถึง 2 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่แปลกเลยที่เวลาเราเข้าร่มแล้วจะรู้สึกแสบผิว เหมือนตอนเด็กที่วิ่งเล่นริมชายหาดแบบไม่รู้สึกร้อน พอหลบเข้าร่มปุ๊ป ตัวดำปี๋!!! เพราะอย่างนี้การรับแสงสำหรับผู้ที่ไม่เคยออกนอกอาคารเลยควรเริ่มจากแสงอ่อน เช้าหรือเย็น เพื่อให้ร่างกายเริ่มปรับสภาพในการรับพลังงานจากแสง หลังจากนั้นค่อยเพิ่มเวลาและความเข้มข้นตามความแข็งแรงของสภาพผิวของแต่ละคน ซึ่งไม่แปลกที่ไม่นานนี้ ครีมกันแดดถึงถูกจัดเข้าหมวดหมู่ยา สำหรับผู้ที่มีผิวไวต่อแสง ผมคิดว่าการที่มนุษย์นั้นอาศัยอยู่ร่วมกับดวงอาทิตย์มาเป็นเวลายาวนาน แล้วเกิดการแพ้แสงอาจจะเป็นเรื่องผิดปรกติที่เกิดจากพฤติกรรมในปัจจุบันและค่านิยมความสวย... #siamstr #siamstrog #nostr
Trezor suite 2.9.1 Release. #siamstr image
GM and GN ☀️🌜 ขอให้เป็นวันที่ดี มีเงินที่มั่นคง หลายคนอาจจะสงสัยว่า มันจะมั่นคงตรงไหน ? ราคามันลงทุกวันขนาดนี้ หรือบางวันก็พุ่งราวกับบั้งไฟพญานาค มั่นคงในที่นี้หมายถึงมันเป็นเงินที่ไม่มีใครหน้าไหนมาเคาะเครื่องปริ้นให้มันทำงานและพิมพ์มันนี่ หรือเงินเฟียตที่เราใช้กันนี้แหละ เท่าไรก็ได้ แต่อาจจะไม่ได้ปริ้นจริง ๆ แบบทื่อ ๆ นะ แต่จะมาในรูปแบบต่าง ๆ ตามความถนัดของคณะนั้น ๆที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็น เงินดิจิม่อน 50-50 อะไรก็แล้วแต่ที่จะคิดได้ แบะใช้คำว่า ทำเพื่อประชาชนมาบังหน้า... ผลที่เกิดขึ้นคือ เงินในระบบมันเพิ่มขึ้นซึ่งสอดคล้องกับคำว่า อะไรยิ่งมีเยอะ มันจะยิ่งถูกลง ก็ลองจินตนาการต่อเอาแล้วกันนะ ว่าถ้ายังไม่หยุดเพิ่มเงินในระบบจะเกืดอะไรขึ้น ?... #siamstr #siamstrog #nostr image
#siamstr
ยิ่งมีอำนาจมาก...ยิ่งเหี้ยมาก!!! คำนี้มาจากพี่ชิต สักเวทีหนึ่ง... ได้ฟังครั้งแรกก็สวสัยนะว่าทำไมไม่เอาอำนาจที่ตัวเองได้รับนั้นไปทำในสิ่งที่ถูกที่ควร คงเป็นเพราะว่าพวกที่ได้รับอำนาจนั้นอยากสร้างผลประโยนช์ให้เฉพาะตัวเองและพวกพ้องที่ใกล้ชิด เลยแสดงความเหี้ยนั้นตามปริมาณอำนาจที่ได้รับมา... #siamstr #siamstrog #nostr
🪙 “สัญญาณจากบล็อกเชนที่กรุงเทพฯ” (The Bangkok Consensus: Rise of the Digital Reserve) ปี 2037 — แสงจากตึกมหานครไม่เคยสว่างเท่านี้มาก่อน แต่เงาของระบบการเงินเดิมก็มืดครึ้มกว่าทุกยุคเช่นกัน... หลังจาก “อเมริกา” ประกาศอย่างเป็นทางการให้ Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์สำรองแห่งชาติ (National Strategic Reserve) โลกทั้งใบก็สั่นสะเทือนอีกครั้ง — ค่าเงินดอลลาร์ยังอยู่ แต่ไม่ใช่ราชาอีกต่อไป และสิ่งที่คนเรียกขานกันคือ “ยุคของเหรียญทองคำดิจิทัลแห่งศตวรรษ” ในประเทศไทย… รัฐบาลไทยตั้ง “ศูนย์วิจัยการเงินข้ามระบบ” (Cross-Finance Institute) เพื่อหาคำตอบว่า “เราจะอยู่รอดอย่างไร เมื่อเงินที่คนทั้งโลกศรัทธาไม่ได้ออกจากธนาคารกลาง แต่เกิดจากคณิตศาสตร์” 🧠 ห้องลับใต้ตึกแบงก์ชาติ ภายในห้องประชุมใต้ดิน แสงสีน้ำเงินกระพริบสะท้อนบนจอกราฟที่เชื่อมโยงกับเครือข่าย Lightning Network ของโลก ดร.กอไก่ — นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสผู้มีอดีตในระบบการเงินแบบเก่า กล่าวกับกลุ่มที่ปรึกษาเสียงเรียบแต่เฉียบขาด > “ระบบการเงิน มันอยู่ได้เพราะ ‘ความเชื่อใจ’ และวันนี้...ความเชื่อใจนั้นไม่ได้อยู่ในมือธนาคารอีกต่อไป” คุณพอพาน — วิศวกรบล็อกเชนระดับประเทศ ตอบกลับด้วยแววตาแน่วแน่ > “ผมไม่อยากให้ไทยเดินตามหลังเหมือนเดิมครับ อย่างน้อยที่สุด เราต้องถือ Bitcoin เป็น Strategic Reserve เหมือนที่โลกถือทองคำในศตวรรษก่อน” คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องนิ่งเงียบ กราฟราคาบิตคอยน์บนจอกะพริบขึ้นตัวเลขใหม่... 1 BTC = 5,200,000 USD และไม่มีใครหัวเราะอีกต่อไป ⚖️ กฎหมายใหม่ที่ต้องทันคลื่นลูกใหญ่ อดีตรองเลขาธิการ ก.ล.ต. — คุณทออิพอ กล่าวเบา ๆ > “เราสร้างกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลตั้งแต่ปี 2018 แต่ตอนนี้โลกเดินไปถึง DeFi 6.0 แล้ว Stablecoin, Deposit Token, Synthetic Assets — เรากำลังจะกลายเป็นเกาะแห่งกฎหมายเก่า” จอฮอโลแกรมด้านหลังฉายภาพจำลองระบบ DeFi ไทยในอนาคต ที่เงินทุกบาทสามารถ “ติดเงื่อนไข” ได้ตามนโยบายรัฐ และ “CBDC ThaiCoin” กำลังเริ่มทดลองเฟสสุดท้าย แต่ในอีกมุมหนึ่ง ชาวกรุงเทพฯ บางกลุ่มกำลังแลกเปลี่ยน Bitcoin ผ่านเครือข่าย Mesh Network ใต้ดิน โดยไม่ต้องผ่านธนาคาร ไม่ต้องผ่านรัฐ ไม่ต้องรอ “การอนุมัติ” 🌍 โลกสองขั้ว — อเมริกา vs จีน ขณะเดียวกัน ข่าวจากดาวเทียมเศรษฐกิจระบุว่า จีนประกาศ “ยุติการใช้ดอลลาร์” อย่างถาวรในเอเชียตะวันออก และผลักดันทองคำกับ e-CNY (CBDC ของจีน) อย่างเต็มรูปแบบ อเมริกาตอบกลับด้วยนโยบายใหม่ — “Only Trade in Bitcoin Standard.” โลกถูกแบ่งเป็นสองระบบการเงิน หนึ่งขั้วควบคุมด้วยรัฐ อีกขั้วถูกขับเคลื่อนด้วยรหัสและคณิตศาสตร์ ประเทศไทย...อยู่ตรงกลางของเส้นแบ่งนั้น 🔮 คำทำนายจาก AI “เศรษฐมิติ” AI วิเคราะห์ระบบการเงินของโลกภายใต้ชื่อ Econometrix คำนวณจากข้อมูลทั้งหมดในบล็อกเชน และคาดการณ์ว่า... > “ประเทศที่กล้าเปิดรับสินทรัพย์ดิจิทัลแบบเปิด (Open Digital Asset Framework) ภายใน 5 ปี จะเพิ่ม GDP ได้เฉลี่ย 3.7% แต่ประเทศที่ควบคุมเกินไป จะสูญเสียอำนาจการเงินภายใน 15 ปี” เสียงของ AI ดังขึ้นก้องในห้องประชุม และทุกคนรู้ดีว่านี่ไม่ใช่คำทำนายอีกต่อไป — แต่เป็นคำเตือน 🪙 บทส่งท้าย ปี 2040 ประเทศไทยประกาศ “Bangkok Digital Reserve Act” ถือ Bitcoin เป็นทุนสำรอง 1% ของสินทรัพย์ธนาคารกลาง และเปิดประตูให้ภาคธุรกิจรับจ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างถูกกฎหมาย บนจอข่าวกลางกรุงเทพฯ มีประโยคหนึ่งปรากฏขึ้นพร้อมโลโก้ Bitcoin สีทอง... > “จากเงินที่เกิดจากรัฐ สู่เงินที่เกิดจากเสรีภาพของมนุษย์” โลกใบใหม่เริ่มต้นอีกครั้ง — ไม่ใช่จากคำสั่งรัฐบาล แต่จากการตกลงของทุกคนในเครือข่ายเดียวกัน 🪙 “THE BLOCKCHAIN AGE: THAILAND CHAPTER” > ในโลกที่รัฐพิมพ์เงินได้ แต่ประชาชนเลือกได้ว่าเงินแบบไหนที่เชื่อถือ ใครจะเป็นผู้กำหนดอนาคตของมูลค่า? #soundmoneyzap #siamstr #bitcoin image
เรื่องเล่าชีวิตยามเช้า – “วันที่เริ่มจากแสงอาทิตย์และกลิ่นขิง” เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นตอนหกโมงครึ่ง เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นพร้อมกับแสงแดดแรกที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง เขาไม่ใช่คนรีบตื่นมาวิ่ง ไม่ใช่คนเร่งรีบคว้าขนมปังออกจากบ้าน แต่เป็นคนที่เลือกจะ “เริ่มวันอย่างมีสติ” มือหนึ่งถือแก้วกาแฟดำผสมเนยแท้ อีกมือถือแก้วน้ำใสที่แช่ขิงหั่นบาง ๆ เขาเดินเท้าเปล่าออกไปยืนบนพื้นดินหลังบ้าน สูดลมหายใจลึก ๆ ให้เท้าสัมผัสดิน ให้แดดยามเช้าแตะผิว — กิจกรรมที่เขาเรียกว่า “กราวดิ้ง” ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องคิดอะไร เพียงยืนนิ่งให้ร่างกายได้พูดคุยกับธรรมชาติบ้าง ไม่นานหลังจากนั้น กลิ่นไข่เจียวก็ลอยออกมาจากครัว ไข่สองฟองทอดด้วยไขมันจากสัตว์ — มื้อเช้าเรียบง่ายแต่ให้พลัง มันคืออาหารที่ทำให้เขารู้สึก “อิ่มแต่ไม่หนัก” เหมือนจิตใจในตอนเช้า เมื่อเวลาเดินถึงเก้าโมง เขาชงโกโก้เย็นแบบเข้มข้น ไม่เติมน้ำตาล ไม่เติมนม ถือแก้วออกมานั่งรับแดดอีกครั้ง — ปล่อยเวลาไหลไปเกือบสี่สิบห้านาที แดดยามสายอุ่นกว่าตอนเช้าเล็กน้อย แต่พอดีสำหรับร่างกายและใจ บ่ายสามครึ่งคือเวลาของ “มื้อหลัก” บนโต๊ะมีเนื้อวัวชิ้นดี กับข้าวกล้องหอม ๆ ประมาณสามร้อยกรัม ไม่มีจานขนม ไม่มีเครื่องดื่มหวาน มีแค่ความตั้งใจจะกินให้พอดี หลังจากนั้นวันก็เริ่มเงียบลง เขาทำงาน อ่านหนังสือ หรือปล่อยใจให้เดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งนาฬิกาชี้เกือบตีหนึ่งครึ่ง ถึงจะปิดไฟ เข้านอน บางคนอาจว่ามันสายเกินไป แต่สำหรับเขา ช่วงดึกคือเวลาที่โลกรอบข้างเงียบพอ ให้เขาได้ฟังเสียงความคิดตัวเอง 🌙 ระหว่างแสงเช้ากับความเงียบของดึก ตลอดวันของเขาเหมือนวงจรสมดุลระหว่างธรรมชาติและความเรียบง่าย ไม่มีตารางออกกำลังแน่นอน ไม่มีสูตรลดน้ำหนัก แต่มี “ความตั้งใจจะอยู่ให้ถูกจังหวะ” — ไม่ฝืน ไม่เร่ง เขาเชื่อว่ากาแฟตอนเช้ากับแสงอาทิตย์ช่วยปลุกหัวใจ ขิงและโกโก้ช่วยให้เลือดไหลเวียน อาหารแท้จากธรรมชาติคือสิ่งที่ร่างกายเข้าใจง่ายที่สุด บางที เขาอาจจะยังนอนดึกเกินไป บางทีอาจจะต้องหาช่วงพักเพิ่มอีกหน่อย แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดคือ — เขากำลังเรียนรู้วิธี “อยู่กับร่างกายของตัวเอง” อย่างสงบ และอย่างเข้าใจมากขึ้นทุกวัน #soundmoneyzap #siamstr #bitcoin image