JD.com และ Ant Group ผลักดันขออนุมัติออก Stablecoin ผูกหยวนออฟชอร์
เมื่อวันที่ 3-4 กรกฎาคม 2025 มีรายงานว่า 2 ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจีน JD.com และ Ant Group (ในเครือ Alibaba) กำลังเดินหน้าเจรจากับธนาคารกลางจีน (PBOC) เพื่อขออนุมัติออก Stablecoin ที่อ้างอิงกับเงินหยวนออฟชอร์ (CNH) โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดอิทธิพลของ Stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ เช่น USDT และผลักดันการใช้เงินหยวนในเวทีการเงินดิจิทัลระดับโลก
• ทั้งสองบริษัทเสนอให้เริ่มออก Stablecoin หยวนในฮ่องกงก่อน ขยายไปยังเขตเศรษฐกิจเสรีของจีนในลำดับถัดไป
• JD.com และ Ant Group เตรียมยื่นขอใบอนุญาตออก Stablecoin ในฮ่องกงและสิงคโปร์ โดยอาศัยกฎหมายใหม่ของฮ่องกงที่มีผล 1 สิงหาคมนี้
• ข้อเสนอนี้สะท้อนถึงความพยายามของจีนในการแข่งขันกับสหรัฐฯ ในการสร้างกรอบกำกับดูแล Stablecoin และขยายบทบาทของหยวนในระบบการเงินโลก
• หากได้รับอนุมัติ จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญ หลังจากจีนแบนคริปโตในประเทศตั้งแต่ปี 2021
ผลกระทบต่อวงการคริปโต
• การออก Stablecoin ผูกหยวนออฟชอร์จะเพิ่มทางเลือกใหม่ในการชำระเงินและโอนเงินข้ามประเทศ ลดการพึ่งพา Stablecoin ดอลลาร์
• อาจช่วยเร่งการใช้หยวนในธุรกรรมดิจิทัลระหว่างประเทศ และส่งเสริมการยอมรับหยวนในตลาดโลก
• เป็นแรงกดดันต่อ Stablecoin ดอลลาร์ เช่น USDT และ USDC ที่ครองตลาดอยู่ในปัจจุบัน
• อาจกระตุ้นให้ประเทศอื่น ๆ เร่งพัฒนา Stablecoin หรือสกุลเงินดิจิทัลของตนเองเพื่อแข่งขันในตลาดโลก
วันที่ข่าว: 3-4 กรกฎาคม 2025
Source:
• Reuters, 3 ก.ค. 2025
• CoinDesk, 4 ก.ค. 2025
• Siam Blockchain, 3 ก.ค. 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย “One Big Beautiful Bill” ของประธานาธิบดีทรัมป์
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2025 สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ลงมติผ่านร่างกฎหมาย “One Big Beautiful Bill” (OBBBA) ด้วยคะแนน 218 ต่อ 214 เสียง หลังจากการอภิปรายยาวนานเกือบ 29 ชั่วโมง โดยร่างกฎหมายนี้ถือเป็นนโยบายหลักของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวาระที่สอง และเป็นการปฏิรูปด้านภาษีและงบประมาณครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
สาระสำคัญของร่างกฎหมาย
• ขยายเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 5 ล้านล้านดอลลาร์
• ลดภาษีครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการขยายผลประโยชน์จากการลดภาษีปี 2017 ให้ถาวร
• เพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคงชายแดนและการทหาร
• ตัดลดงบประมาณโครงการสวัสดิการสังคม เช่น Medicaid และ SNAP (บัตรอาหาร)
• คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนอเมริกันราว 17 ล้านคนที่อาจสูญเสียสิทธิประกันสุขภาพใน 10 ปีข้างหน้า และขาดดุลเพิ่มขึ้นราว 3.3 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน
ผลกระทบต่อวงการคริปโต
ร่างกฎหมาย OBBBA มีผลกระทบโดยตรงต่อวงการคริปโตในสหรัฐฯ ดังนี้
• การเปลี่ยนแปลงด้านภาษีคริปโต
• รายได้จากการขุด (mining) และการสเตก (staking) จะถูกเลื่อนการรับรู้รายได้ไปจนกว่าจะขายสินทรัพย์
• มีข้อยกเว้นภาษีสำหรับธุรกรรมคริปโตที่มีมูลค่าต่ำกว่า $600
• กำหนดให้คริปโตอยู่ภายใต้กฎ wash sale (ห้ามขายขาดทุนแล้วซื้อคืนภายใน 30 วัน)
• บังคับใช้ mark-to-market accounting สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง
• ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
• ตลาดคริปโตตอบรับเชิงบวก ราคาบิทคอยน์และเหรียญหลักปรับตัวขึ้นทันทีหลังข่าวผ่านร่างกฎหมาย
• นักลงทุนมองว่ากฎหมายนี้สร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบและภาษี ส่งผลดีต่อการยอมรับคริปโตในสหรัฐฯ
• อย่างไรก็ตาม การเพิ่มเพดานหนี้และการใช้จ่ายขนาดใหญ่ อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจผลักดันให้คริปโตกลายเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินอ่อน
วันที่ของข่าว: 3-4 กรกฎาคม 2025
Source:
• Al Jazeera
• 99Bitcoins
• Cointelegraph
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
ร่างกฎหมายภาษีคริปโตของวุฒิสมาชิก Lummis
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2025 วุฒิสมาชิก Cynthia Lummis ได้เสนอร่างกฎหมายภาษีคริปโตฉบับใหม่ในสหรัฐฯ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
• ยกเว้นภาษีธุรกรรมคริปโตขนาดเล็ก: กำหนด “de minimis rule” สำหรับธุรกรรมคริปโตที่มีมูลค่าไม่เกิน 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อรายการ (และรวมไม่เกิน 5,000 ดอลลาร์ต่อปี) ไม่ต้องเสียภาษีหรือรายงานกำไรขาดทุนจากการแลกเปลี่ยน.
• ยุติการเก็บภาษีซ้ำซ้อนจากการขุดและ staking: ร่างกฎหมายนี้จะเก็บภาษีจากรางวัลที่ได้จากการขุด (mining) หรือการ staking เฉพาะเมื่อมีการขายหรือแลกเปลี่ยนเท่านั้น ไม่ใช่เก็บภาษีทั้งตอนรับรางวัลและตอนขายเหมือนเดิม.
• ปรับกฎภาษีให้สอดคล้องกับการเงินดั้งเดิม: ให้คริปโตได้รับการปฏิบัติทางภาษีแบบเดียวกับสินทรัพย์การเงินอื่น เช่น การขยายกฎ wash sale และการอนุญาตให้ใช้ mark-to-market accounting สำหรับผู้ค้าและดีลเลอร์.
• ขยายความชัดเจนทางกฎหมาย: เพิ่มคำนิยาม “digital asset” ในกฎหมายภาษี และให้ความชัดเจนกับธุรกรรม lending, การบริจาค, และการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล.
วันที่ของข่าว: 3 กรกฎาคม 2025
Source:
• The Hill
• CoinDesk
• CoinDesk
• Cointelegraph
• เว็บไซต์วุฒิสมาชิก Lummis
• Cryptonomist
• Bitget
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
BitMEX กลายเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเจ้าแรกที่ยอมรับเหรียญสเตเบิลคอยน์ RLUSD ของ Ripple เป็นหลักประกัน (margin) สำหรับการเทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและ perpetual contracts บนระบบ Multi-Asset Margining ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นมา ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้งานนอกจาก BTC, ETH และ USDT โดย RLUSD เป็นเหรียญที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐ 1:1 ออกโดยบริษัทลูกของ Ripple และมีการตรวจสอบสำรองเงินทุนทุกเดือน อีกทั้งยังรองรับทั้งบน Ethereum และ XRP Ledger
เพื่อกระตุ้นการใช้งาน BitMEX ได้จัดแคมเปญ “Ripple Effect” มูลค่ารางวัลรวม 15,000 RLUSD โดยมีรางวัลสำหรับผู้ฝากซื้อ RLUSD, เทรดด้วย RLUSD เป็นหลักประกัน และผู้ถือ RLUSD ในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อส่งเสริมการยอมรับและแสดงประโยชน์ของ RLUSD ในตลาดอนุพันธ์
วันที่ข่าว: 3 กรกฎาคม 2025
แหล่งข้อมูล: AInvest, Cointelegraph, BitMEX, CryptoTimes, BanklessTimes
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
บริษัท H100 Group จากสวีเดนได้ซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมอีก 47.33 BTC ทำให้ยอดถือครอง Bitcoin รวมของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 247.54 BTC ตามกลยุทธ์การบริหารสินทรัพย์ Bitcoin ของบริษัท การซื้อครั้งนี้มีมูลค่าประมาณ 48,999,597 โครนสวีเดน (SEK) โดยราคาซื้อเฉลี่ยอยู่ที่ 1,035,126 SEK ต่อ Bitcoin
วันที่ข่าว: 2 กรกฎาคม 2025
แหล่งข้อมูล: bitcoinmagazine.com, btctimes.com, marketscreener.com
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
2 กรกฎาคม 2025 บริษัท Microcap ชื่อ Addentax Group Corp. ประกาศลงนามในเอกสารเบื้องต้นที่ไม่ผูกมัด (non-binding term sheet) เพื่อซื้อ Bitcoin สูงสุดถึง 12,000 เหรียญ มูลค่ารวมประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะชำระด้วยการออกหุ้นสามัญใหม่ของบริษัท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีมูลค่าตลาดเพียงประมาณ 7 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ทำให้เกิดความสงสัยในความเป็นไปได้ของดีลนี้ เนื่องจากมูลค่าการซื้อขาย Bitcoin สูงกว่ามูลค่าบริษัทถึงหลายร้อยเท่า อีกทั้งรายละเอียดของข้อตกลงยังไม่ชัดเจนและต้องรอการเจรจาและอนุมัติขั้นสุดท้ายก่อน
วันที่ข่าว: 2 กรกฎาคม 2025
แหล่งข้อมูล: PR Newswire, Investing.com, UEEx, Bitget, MEXC
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Ripple ยื่นขอใบอนุญาตธนาคารแห่งชาติสหรัฐฯ
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2025 บริษัท Ripple ซึ่งเป็นบริษัทด้านคริปโตเคอร์เรนซี ได้ประกาศยื่นขอใบอนุญาตธนาคารแห่งชาติ (National Bank Charter) กับสำนักงานกำกับดูแลธนาคารของสหรัฐฯ (Office of the Comptroller of the Currency: OCC) โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายบริการทางการเงินและเสริมความน่าเชื่อถือในตลาดคริปโต รวมถึงการออกและบริหารเหรียญ Stablecoin ของตนเอง (RLUSD) ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกลาง
Ripple ยังได้ยื่นขอเปิดบัญชี Fed Master Account กับธนาคารกลางสหรัฐฯ เพื่อให้สามารถเข้าถึงระบบชำระเงินของ Fed และบริหารทุนสำรองของ RLUSD ได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยให้การออก stablecoin มีความโปร่งใสและปลอดภัยมากขึ้น
วันที่ของข่าวและแหล่งข้อมูล
• วันที่ข่าว: 2 กรกฎาคม 2025
• แหล่งข้อมูล:
• Reuters
• AInvest
• Yahoo Finance
• CoinDesk
• PYMNTS.com
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Jack Mallers ซีอีโอของ Twenty One Capital ประกาศว่ากลยุทธ์ของบริษัทได้เปลี่ยนไป โดยวางแผนที่จะซื้อ Bitcoin (BTC) ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ทันทีที่บริษัทถูกจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ภายใต้สัญลักษณ์หุ้น XXI โดยบริษัทจะใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในการซื้อ Bitcoin แทนการกู้ยืม เพื่อเพิ่มจำนวน Bitcoin ต่อหุ้นอย่างต่อเนื่องและสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว นอกจากนี้ Twenty One Capital ยังมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ใช้ Bitcoin เป็นฐาน เช่น แพลตฟอร์มให้สินเชื่อและเครื่องมือในตลาดทุน เพื่อแทนที่โครงสร้างการเงินแบบเดิมด้วยระบบที่ยึด Bitcoin เป็นศูนย์กลาง.
การเคลื่อนไหวนี้ของ Twenty One Capital จะส่งผลให้ตลาด Bitcoin มีความเคลื่อนไหวมากขึ้น โดยการสะสม Bitcoin จำนวนมากของบริษัทจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้นักลงทุนสถาบันรายอื่นๆ หันมาสนใจและลงทุนใน Bitcoin มากขึ้น นอกจากนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เน้น Bitcoin จะช่วยผลักดันให้ระบบการเงินแบบดั้งเดิมเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการเงินดิจิทัลที่กระจายอำนาจและโปร่งใสมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของบริษัทในตลาดสาธารณะอาจต้องเผชิญกับการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งอาจมีผลกระทบบางประการต่อกลยุทธ์ของบริษัท.
วันที่ข่าว: 2 กรกฎาคม 2025
แหล่งที่มา: AInvest, Coin World, Market Screener, Cryptonews, Phemex News, Siam Blockchain, Thunhoon.com
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
ผู้ว่าการรัฐแอริโซนา Katie Hobbs ได้ใช้สิทธิ์ยับยั้ง (veto) ร่างกฎหมาย HB 2324 ซึ่งเสนอให้จัดตั้งกองทุนสำรอง Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้มาจากการยึดทรัพย์สินทางอาญา โดยเหตุผลหลักของการยับยั้งคือกฎหมายฉบับนี้จะทำให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายท้องถิ่นไม่อยากร่วมมือกับรัฐในการยึดครองสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะจะต้องโอนสินทรัพย์ที่ยึดได้ไปยังกองทุนของรัฐแทน ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายอาจอ่อนแอลง
รายละเอียดของร่างกฎหมาย HB 2324 คือ กองทุนนี้จะบริหารโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของรัฐ โดยรายได้จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ยึดได้จะถูกแบ่งสรรเป็นส่วนๆ เช่น 300,000 ดอลลาร์แรกจะให้สำนักงานอัยการสูงสุด ส่วนที่เหลือจะแบ่งเป็น 50% ให้สำนักงานอัยการ 25% เข้ากองทุนทั่วไปของรัฐ และ 25% เข้ากองทุนสำรอง Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัล
ก่อนหน้านี้ ผู้ว่าการรัฐแอริโซนายังเคยยับยั้งร่างกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับคริปโต เช่น SB 1025 ที่เสนอให้รัฐลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้สูงสุด 10% ของกองทุนบำเหน็จบำนาญ และ SB 1373 ที่จะสร้างกองทุนสำรองสินทรัพย์ดิจิทัลยุทธศาสตร์
ผลกระทบต่อวงการคริปโตในแอริโซนาและสหรัฐฯ คือ การยับยั้งนี้ทำให้รัฐแอริโซนายังไม่สามารถสร้างกองทุนสำรอง Bitcoin จากสินทรัพย์ยึดได้เหมือนรัฐเท็กซัสที่เดินหน้าสร้างกองทุนดังกล่าวไปแล้ว ส่งผลให้ความก้าวหน้าของคริปโตในระดับรัฐยังมีความไม่แน่นอนและอาจชะลอตัวในแง่การยอมรับและการลงทุนของรัฐ
วันที่ข่าว: 1 กรกฎาคม 2025
แหล่งข้อมูล: CryptoBriefing, Cointelegraph, CryptoNews
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
ประเทศคาซัคสถานมีแผนที่จะจัดตั้ง “กองทุนสำรองคริปโตแห่งชาติ” ซึ่งจะบริหารโดยธนาคารกลางของประเทศ โดยกองทุนนี้จะได้รับเงินทุนจากสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกยึดและการขุดคริปโตที่รัฐมีส่วนร่วมดำเนินการ นาย Timur Suleimenov ประธานธนาคารกลางคาซัคสถาน ระบุว่าการมีหน่วยงานกลางเข้าควบคุมจะช่วยจัดการความเสี่ยงและความผันผวนของสินทรัพย์คริปโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีการวางแผนแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับสถานะทางกฎหมายของกองทุนและควบคุมการทำธุรกรรมคริปโตในตลาดอย่างเข้มงวด รวมถึงการจำกัดการโฆษณาและป้องกันการหลอกลวงในตลาดคริปโตเพื่อปกป้องประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน
วันที่ข่าว: 30 มิถุนายน 2025
แหล่งข้อมูล: Kazinform, Cointelegraph, CryptoTimes, Cryptobriefing, Bitget, CoinCentral และแหล่งข่าวอื่นๆ
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce